posttoday
MSCI ปัดจีนร่วมตลาด นโยบายเปิดกว้างยังไม่พอ

MSCI ปัดจีนร่วมตลาด นโยบายเปิดกว้างยังไม่พอ

16 มิถุนายน 2559

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

เอ็มเอสซีไอ อิงค์ บริษัทจัดทำดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ปฏิเสธไม่ให้ตลาดหุ้นจีนเข้าร่วมกับดัชนีเอ็มเอสซีไอตลาดเกิดใหม่ (MSCI Emerging Markets Index) ซึ่งมีสินทรัพย์รวมมากถึง 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 52 ล้านล้านบาท) เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และจะพิจารณาอีกครั้งในปี 2017 เนื่องจากต้องใช้เวลามากกว่านี้เพื่อพิจารณาประสิทธิภาพของการปฏิรูปตลาดเงินตลาดทุนของจีน เช่น การจัดสรรโควตาสัดส่วนลงทุน การเคลื่อนย้ายเงินทุน และการห้ามซื้อขายหลักทรัพย์

เอ็มเอสซีไอ ชี้ให้เห็นความกังวลของนักลงทุนโดยเฉพาะข้อจำกัดต่างชาติในการนำเงินลงทุนกลับประเทศที่ 20% ในขณะที่ข้อบังคับในการขออนุมัติกับตลาดหุ้นท้องถิ่นเพื่อลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอีกด้วย

ตลาดหุ้นที่เอ็มเอสซีไอพิจารณาในครั้งนี้เป็นตลาดหุ้นเอแชร์ หรือตลาดหุ้นท้องถิ่นจีนซื้อขายด้วยค่าเงินสกุลหยวน ซึ่งอนุญาตให้ชาวจีนเข้าซื้อขาย แต่มีข้อจำกัดในการให้ต่างชาติลงทุน โดยต่างชาติจำเป็นต้องผ่านระบบโครงการนักลงทุนต่างชาติที่มีคุณสมบัติเหมาะสม (คิวเอฟไอไอ) ก่อนถึงจะเข้าลงทุนได้

หลังการเปิดเผยดังกล่าว ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวร่วงลงทันที 1.1% ในการซื้อขายระหว่างวันเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนปิดตัวแดนบวก 1.58% อยู่ที่ 2,881.27 จุด

ปี 2015 ที่ผ่านมา หลังจากเอ็มเอสซีไอปฏิเสธไม่ให้จีนเข้ามารวมอยู่ในดัชนีจากความกังวลในเรื่องการเข้าถึง สภาพคล่อง และความเป็นเจ้าของหุ้น ตลาดหุ้นจีนก็ผันผวนอย่างรุนแรงนับตั้งแต่นั้นและร่วงลงไป 40% ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา โดยในวันแรกของการเปิดตลาดของปี 2016 หุ้นจีนร่วงลงแตะเซอร์กิตเบรกเกอร์ จนคณะกรรมการกำกับดูแลภาคตลาดหลักทรัพย์จีน (ซีเอสอาร์ซี) ต้องยกเลิกการใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ในเวลาต่อมา

ตบหน้านโยบายเปิดกว้างแดนมังกร

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า การปฏิเสธเป็นครั้งที่ 3 ของเอ็มเอสซีไอ บ่งชี้ถึงการก้าวถอยหลังของนโยบายการเปิดกว้างตลาดทุนในชาติและการผลักดันให้ค่าเงินหยวนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง

“นักลงทุนนานาชาติต่างแสดงให้เห็นว่า พวกเขาต้องการจะรอดูการพัฒนาในการเข้าถึงตลาดหุ้นเอแชร์ของจีนเสียก่อนที่จะตัดสินใจนำเข้ามาคิดรวมในดัชนีเอ็มเอสซีไอตลาดเกิดใหม่” เรมี่ เบรนด์ หัวหน้านักวิจัยของเอ็มเอสซีไอ กล่าว

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นแม้ว่าก่อนหน้านี้ จีนได้พยายามปฏิรูปมากขึ้นเพื่อให้เอ็มเอสซีไอยอมรับ เช่น การอนุญาตให้กองทุนจัดการเงินทุนจากต่างชาติสามารถถือหุ้นได้มากขึ้นในตลาดหลักทรัพย์ หรือในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา จีนก็อนุญาตให้นักลงทุนสามารถเคลื่อนย้ายเงินออกนอกประเทศได้ทุกวัน รวมถึงยังเพิ่มโควตา 2.5 แสนล้านหยวน (ราว 1.3 ล้านล้านบาท) ในโครงการอาร์เอฟคิวไอไอ ให้นักลงทุนสหรัฐสามารถระดมทุนเงินหยวนในฮ่องกงเพื่อไปลงทุนในหลักทรัพย์จีนได้

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนยังคงกังวลว่าจีนอาจจะเข้าควบคุมตลาดมากขึ้นอีกครั้ง หากเกิดการเทขายหุ้นอีกครั้งเช่นเดียวกับปี 2015 ที่ผ่านมา ที่ตลาดหุ้นจีนร่วงลงอย่างรุนแรงราว 40% ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ สูญมูลค่าไปราว 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 21 ล้านล้านบาท)

“พวกเราต้องรอดูว่าคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์จีนจะทำอะไรอีกถ้าเกิดเหตุการณ์ย่ำแย่อีกครั้ง” จอร์จ มาริสคัล หัวหน้านักลงทุนตลาดเกิดใหม่ ยูบีเอส เวลท์ แมเนจเมนต์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม บลูมเบิร์ก ระบุว่า แม้ตลาดหุ้นจีนจะไม่รวมอยู่ในดัชนีเอ็มเอสซีไอ แต่ขนาดของตลาดหุ้นจีนก็มีขนาดใหญ่ถึง 9% ของตลาดหุ้นรวมกันทั่วโลก ทำให้นักลงทุนยากที่จะมองข้ามไม่ลงทุนตลาดหุ้นจีนไปได้ โดยกองทุนรวม (อีทีเอฟ) ที่อยู่ในดัชนีอีทีเอฟ ฟิตซี ตลาดเกิดใหม่ มูลค่า 3.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) กำลังลงทุนอยู่ในตลาดหุ้นเอแชร์ของจีน

เดินหน้าปฏิรูปเปิดกว้างต่อ

เติ้งเก่อ โฆษกของซีเอสอาร์ซี แถลงการณ์ภายหลังการตัดสินใจของเอ็มเอสซีไอว่า การตัดสินใจไม่นำตลาดหุ้นจีนไปคำนวณในดัชนีเป็นสิทธิของเอ็มเอสซีไอ และการเลื่อนไม่นำตลาดหุ้นเอแชร์ของจีนเข้าไปรวมในดัชนี จะไม่กระทบต่อการปฏิรูปเพื่อเปิดกว้างตลาดทุน

ลูซี่ ฉิว นักกลยุทธ์ตลาดเกิดใหม่ของยูบีเอส เวลท์ แมเนจเมนต์ เปิดเผยกับซีเอ็นบีซีว่า การปฏิเสธของเอ็มเอสซีไอจะเป็นแรงผลักดันให้จีนปฏิรูปมากขึ้น มากกว่าที่จะสร้างความกังวลให้แก่นักลงทุน โดยจีนพยายามที่จะดึงดูดเงินทุน และควบคุมการไหลออกของเงินทุน สร้างความกังวลให้แก่นักลงทุนเป็นอย่างมาก แต่หากสภาพเศรษฐกิจยังไม่ร้ายแรงและการอ่อนค่าเงินหยวนชะลอตัวลง จีนอาจพิจารณาผ่อนคลายการไหลออกของเงินทุน

ด้าน ไฮบินจู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนของเจพีมอร์แกน วาณิธนกิจจากสหรัฐ คาดการณ์ว่า จีนอาจจะใช้เวลาอีกหลายปีในการเข้าร่วมดัชนีเอ็มเอสซีไอ ซึ่งอาจใช้เวลามากถึง 10 ปี ขณะที่เกาหลีใต้ใช้เวลา 6-7 ปี ในการเข้าสู่ดัชนีเอ็มเอสซีไอตลาดเกิดใหม่

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน