
แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ยังสดใส
....เจียรนัย อุตะมะ
แม้ว่าแนวโน้มดอกเบี้ยได้พลิกเป็นขาขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังสดใสต่อเนื่อง จึงให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด
ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยทยอยปรับขึ้นและเป็นไปตามความคาดหมายของตลาด จึงไม่น่าจะกระทบกับความต้องการซื้อของที่อยู่อาศัย ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นส่งผลให้อำนาจในการซื้อ (Purchasing Power) ที่อยู่อาศัยลดลง และทำให้ผู้ซื้อหันไปซื้อที่อยู่อาศัยขนาดเล็กลงหรือราคาถูกลง เพื่อให้เหมาะสมกับความสามารถในการซื้อที่ลดลงดังกล่าว
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) เชื่อว่าการให้สินเชื่อมีอิทธิพลต่อความต้องการที่อยู่อาศัยมากกว่าระดับของอัตราดอกเบี้ย และมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ จะมีความสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยและช่วยหนุนยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในช่วงดังกล่าวได้ คงน้ำหนักการลงทุน
“มากกว่าตลาด” สำหรับกลุ่ม โดยมีบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) และบริษัทเอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP)เป็นหุ้นเด่นนักวิเคราะห์ บล.ธนชาต ประเมินจากผลการดำเนินงานผู้ประกอบการกลุ่มนี้ โดยเฉพาะ LPN ที่มีรายได้ทั้งหมดจากการขายคอนโดมิเนียมที่ยังมีงานในมือ รอรับรู้รายได้กว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ที่เพิ่งเปิดตัวไปและขายหมดในวันเดียว น่าจะเป็นเครื่องการันตีว่าผลประกอบการครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มสดใส
ส่วนบริษัท ศุภาลัย (SPALI) ซึ่งมีรายได้จากคอนโดมิเนียม 50% แม้ว่าผลประกอบการไตรมาส 2 จะต่ำลงจากปีก่อน แต่เป็นประเด็นที่ตลาดรับรู้แล้ว เทียบจากราคาปิดเมื่อวันที่ 9 ส.ค. SPALI ยังเป็นหุ้นที่มีระดับสัดส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ต่ำสุดที่ 8 เท่า เทียบกับ P/E กลุ่มเฉลี่ยที่ 14 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงเกือบ 6% แนะนำ
“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 18 บาทนักวิเคราะห์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย)คาดกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะมียอดขายและกำไรฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง แต่ราคาหุ้นได้สะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว
ทั้งนี้ คาดว่า LPN จะมีกำไรไตรมาส 2 ปี 2553 เติบโตสูงที่สุดในกลุ่ม โดยได้แรงหนุนจากการโอนคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ได้แก่ลุมพินีวิลล์ บางแค และลุมพินี เพลส พระราม 9 เฟส 1







