posttoday
หุ้นทั่วโลกรอมุมมองเฟด

หุ้นทั่วโลกรอมุมมองเฟด

11 สิงหาคม 2553

...เจียรนัย อุตะมะ

คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประชุมในวันนี้ จะทราบว่าปรับดอกเบี้ยหรือไม่ ซึ่งตลาดคาดว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (Fed Fund Rate) ไว้ที่ 00.25% แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในการคาดการณ์คือ เฟดอาจจะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนปรนเพิ่มเติม (Quantitative Easing เช่น การเข้าซื้อคืนพันธบัตร) หลังจากรายงานตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดใน Beige Book หรือรายงานสำรวจภาวะเศรษฐกิจจากเฟดทั้ง 12 เขตในสหรัฐครั้งล่าสุด ส่งสัญญาณว่าอัตราการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลายภูมิภาคเป็นไปอย่างล่าช้า

มุมมองของเฟดในการประชุมในครั้งนี้ ทำให้นักลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกตั้งตารอคอย เพราะยังสับสนและต้องการเครื่องยืนยันว่าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจริงหรือไม่

นักวิเคราะห์ บล.ไทยพาณิชย์ ได้มองประเด็นนี้ไว้ 2 มุมมอง คือ การที่ตลาดเก็งเรื่องมาตรการใหม่จากเฟด

หากมองด้านบวกต่อตลาดหุ้นหรือเศรษฐกิจก็จะเห็นว่าอาจจะมีเม็ดเงินเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่จากการใช้มาตรการซื้อคืนพันธบัตร

แต่หากมองอีกมุม การที่เฟดจะต้องเพิ่มมาตรการเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ย่อมเท่ากับยอมรับว่าเศรษฐกิจของสหรัฐไม่ได้ดีอย่างที่ตัวเลขเศรษฐกิจหลายๆ ตัวที่ออกมาดี ซึ่ง บล.ไทยพาณิชย์ มองว่าแม้หากเฟดจะออกมาตรการใหม่ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นคงได้บรรยากาศด้านบวกไปด้วย แต่ตลาดจะกลับมาคิดถึงเรื่องสาเหตุที่ต้องใช้มาตรการกระตุ้นรอบใหม่ว่าแท้จริงแล้วเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับ “บัวปริ่มน้ำ”

นักวิเคราะห์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เชื่อว่ามุมมองเศรษฐกิจของเฟดน่าจะเป็นลบมากขึ้น แต่อาจมีมาตรการเสริมหากพิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ทยอยประกาศออกมาตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และการสำรวจ 12 พื้นที่ของเฟดสะท้อนความเสี่ยงเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงค่อนข้างมาก แน่นอนว่าผลการประชุมเฟดในคืนวันนี้ มุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐน่าจะมีความเสี่ยงต่อการชะลอตัวมากขึ้น แต่ประเด็นน่าจะอยู่ที่มาตรการเสริมในการประคองวงจรของเศรษฐกิจตามมาได้เช่นกัน แม้ว่ามาตรการดังกล่าวอาจเป็นวงเงินที่ไม่มากนัก แต่เชื่อว่าจะเป็นจุดที่สร้างปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงได้เช่นกัน

PIMCO บริษัทจัดการลงทุน คาดว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปไม่ได้อีก 23 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจอ่อนตัวลงสู่ภาวะถดถอยได้อีก เนื่องจากภาคการจ้างงานจะยังไม่สามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ อัตราการว่างงานในระดับปกติ 4.5% จะยังต้องใช้เวลา

ทั้งนี้ ผลสำรวจนักลงทุนสหรัฐล่าสุดของซิตี้กรุ๊ป พบว่านักลงทุนยังสับสนกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกว่าจะฟื้นตัวอย่างแท้จริงหรือกลับมาถดถอยอีกครั้งหนึ่ง ส่งผลให้แรงซื้อยังเข้ามาในตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกไม่เต็มที่เท่าที่ควร ทั้งที่มีการปรับประมาณการกำไรขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

ดังนั้น มุมมองของเฟดในคืนนี้ หรือวันพรุ่งนี้ที่ตลาดหุ้นไทยจะรับรู้ จะส่งผลอย่างมากต่อเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าภูมิภาคนี้ ที่จะส่งผลให้ทุนไหลเข้าต่อเนื่อง หรือไหลออกไปอีกครั้งหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน