
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
หลังการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ปี 2545 กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปลี่ยนชื่อเป็นกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมภารกิจใหม่ประการหนึ่ง คือ การส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
หลังการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ปี 2545 กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปลี่ยนชื่อเป็นกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมภารกิจใหม่ประการหนึ่ง คือ การส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
แต่ก็มีปัญหา คือ ไม่มีกฎหมายกำกับดูแลพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยตรง ดังนั้นทำอย่างไรจึงจะให้เกิดความมั่นใจว่าผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะผู้ขายสินค้าและบริการทางออนไลน์มีตัวตน
ตรวจสอบติดตามกำกับดูแลได้
เหลียวซ้ายแลขวาก็ต้องหันไปอาศัย พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ เพื่อยืนยันให้ลูกค้าผู้บริโภคมั่นใจว่าผู้ค้าขายมีตัวตนจริง
ผู้ประกอบการควรและต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ณ ที่ทำการเขตของกรุงเทพมหานคร หรือที่เมืองพัทยา เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ผู้ประกอบการอยู่ในท้องที่นั้น แล้วแต่กรณี แล้วไปยื่นคำขอรับเครื่องหมาย DBD Register ที่กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อติดตั้งหรือแสดงเครื่องหมายดังกล่าวที่หน้าร้านของตน เป็นการยืนยันว่าเป็นผู้ประกอบการที่มีตัวตนจริง
ภาระหน้าที่ในการส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญประการหนึ่งคือ การให้การอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจและประสบการณ์ในการประกอบกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
แต่ก็มีปัญหาตามมา คือ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ (ในช่วงนั้น) ไม่มีประสบการณ์ด้านค้าขายมาก่อนเลย แม้แต่การขายเต้าฮวย จึงต้องทำอย่างที่ใครๆ ก็ทำ คือ เป็นเพียงผู้จัดแล้วประสานงานขอความร่วมมือจากผู้มีความรู้และประสบการณ์จริงมาเป็นวิทยากร ซึ่งมีการจัดการฝึกอบรมในลักษณะเช่นนี้อยู่เสมอ ดังนั้นผู้ที่เริ่มประกอบกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ที่ประกอบกิจการมาแล้วประสงค์จะได้รับความรู้เพิ่มเติม ก็ควรติดตามข่าวคราวการจัดการฝึกอบรมจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสมัครเข้าฝึกอบรม ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เสียค่าใช้จ่าย ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบกิจการของตนเอง
การประกอบกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะการค้าขายทางออนไลน์ นอกจากการยืนยันการมีตัวตนที่แท้จริงของผู้ประกอบกิจการแล้ว สิ่งสำคัญมากอีกประการหนึ่งคือ ความน่าเชื่อถือ (Trust Mark) ของร้านขายสินค้าหรือบริการทางออนไลน์ ว่าน่าเชื่อถือแค่ไหนเพียงใด ความน่าเชื่อถือจะเกิดขึ้น ถ้าได้ประกอบกิจการโดยไม่เอาเปรียบ หลอกลวงหรือฉ้อโกงลูกค้าผู้บริโภค มีการบริการหลังการขาย ไม่ทิ้งลูกค้า หากมีปัญหาก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ เป็นต้น
คำถามตามมาคือ จะมีหลักประกันอะไรที่แสดงให้ลูกค้าผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าผู้ประกอบกิจการนั้นมีความน่าเชื่อถือ วิธีทางหนึ่งที่ใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วไปในต่างประเทศทั้งภาคเอกชนและรัฐ ซึ่งทางประเทศไทยก็ทำตามคือ การให้เครื่องหมายแสดงความน่าเชื่อถือที่เรียกว่าทรัสต์มาร์ค (Trust Mark) โดยหน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันที่เป็นที่ยอมรับกันในวงการธุรกิจ ซึ่งอาจมีชื่อเรียกขานต่างกันไปของแต่ละหน่วยงานหรือสถาบัน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็ได้จัดให้มีและให้การรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ เครื่องหมายที่เรียกว่า DBD Verified ซึ่งผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและประกอบกิจการเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอ้างอิงมาจากมาตรฐานระหว่างประเทศอันเป็นสากล สามารถยื่นขอใช้เครื่องหมายรับรองดังกล่าวได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
หากได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง ก็จะช่วยให้การประกอบกิจการของตนมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
ผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ ส่วนหนึ่งเพราะไม่ทราบว่ามีหน้าที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ อีกส่วนหนึ่งกังวลว่า หากจดทะเบียนพาณิชย์แล้วจะเข้าไปอยู่ในระบบข้อมูลของทางราชการ และจะถูกตรวจสอบการเสียภาษี คำแนะนำต่อปัญหานี้ตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน คือ การจดทะเบียนพาณิชย์เป็นการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นประโยชน์ในการยืนยันว่ามีตัวตนจริง ส่วนการเสียภาษีก็เป็นหน้าที่ของพลเมืองดี หากมีภาระภาษีที่ต้องเสีย ก็จะได้ทยอยเสียให้ถูกต้อง
จะได้ไม่ก่อให้เกิดปัญหาความยุ่งยากและเป็นภาระที่ทับถมจากการถูกเรียกเสียภาษีย้อนหลังและถูกปรับเป็นเงินก้อนโต







