posttoday
แชร์ลูดโซ่ระบาด เริ่มแพร่วัยเรียน สคบ.ชง 'องอาจ' ยกระดับแก้

แชร์ลูดโซ่ระบาด เริ่มแพร่วัยเรียน สคบ.ชง 'องอาจ' ยกระดับแก้

11 สิงหาคม 2553

รัฐปรับกลยุทธ์รุกรับ

จัดระเบียบขายตรง ขจัดแชร์ลูกโซ่

ธุรกิจขายตรงที่ดำเนินการอย่างถูกต้อง มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท มีคนที่เกี่ยวข้องในธุรกิจนี้เกือบ 10 ล้านคนในปัจจุบัน ถือเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย ขณะเดียวกันเป็นช่องทางสำหรับพวกมิจฉาชีพให้เข้ามาหาผลประโยชน์

แต่ละปีจึงมีธุรกิจแอบแฝง แชร์ลูกโซ่ หรือมันนี่เกมส์ เข้ามาหาประโยชน์จากระบบธุรกิจนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เปิดเผยว่า ขณะนี้รับเรื่องร้องเรียนในคดีที่แอบอ้างธุรกิจขายตรงแล้วกว่า 25 คดี เพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และมี 23 คดี ที่ผู้ปกครองร้องเรียนมาว่าบุตรหลานที่อยู่ในวัยเรียนถูกหลอกลวงให้นำเงินไปลงทุน ซึ่งกลุ่มบุตรหลานได้หลงเชื่อและมาบีบบังคับกับผู้ปกครอง

“แนวโน้มคดีที่แอบแฝงธุรกิจขายตรงเข้ามามีมากขึ้น และมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะการเจาะเข้าไปในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจขายตรงที่ถูกต้อง และแยกแยะธุรกิจผิดกฎหมายให้ได้” พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายครั้งคดีแอบแฝงในธุรกิจขายตรงเกิดจากแม่ทีมหรือผู้จำหน่ายอิสระที่มีประสบการณ์สูง ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการดำเนินธุรกิจเพื่อมุ่งหวังผลประโยชน์จากการลงทุนของคนมากกว่าการจำหน่ายสินค้า ซึ่งกรณีแบบนี้ถือว่าเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ เป็นความผิดตามกฎหมาย

ทางหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้เสนอเพิ่มโทษกฎหมายเอาผิดผู้กระทำผิดให้มากขึ้น จากการปรับแก้ พ.ร.บ.ขายตรง ฉบับปี 2545 ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของกฤษฎีกา ซึ่งรวมถึงการดำเนินธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ทุกวันนี้ไม่มีความผิดชัดเจน เพียงแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตักเตือนเพื่อให้เข้าสู่ระบบที่ถูกต้องเท่านั้น และเพิ่มการเอาผิดทางอาญาด้วย

พ.ต.ท.ยุทธพงศ์ ถวิลบุญ พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจขายตรงที่ถูกกฎหมาย แต่มีผู้จำหน่ายอิสระบางรายที่มีประสบการณ์สูง พลิกแพลงรูปแบบของแผนการตลาดให้ผลตอบแทนที่จูงใจนักขายหน้าใหม่ ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

โดยเฉพาะการอ้างเงื่อนไขการทำธุรกิจ ซึ่งแต่ละบริษัทแตกต่างกัน จึงอยากให้มีหลักจรรยาบรรณ มาตรฐานกลางในการดำเนินธุรกิจขายตรงที่ตรวจสอบได้ขึ้นมาบังคับใช้ รวมถึงระบบการให้ใบอนุญาตแก่ผู้จำหน่ายอิสระ และการเพิ่มโทษความผิดกรณีผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งปัจจุบันไม่มีบทลงโทษชัดเจน

ข้อเสนอของ พ.ต.ท.ยุทธพงศ์ ในเรื่องการออกจรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจกลาง สำหรับเป็นหลักยึดให้กับหน่วยงานรัฐในการพิจารณา เพราะเห็นว่าธุรกิจผิดกฎหมายใช้เงื่อนไขการทำธุรกิจขายตรงที่แตกต่างกันในแต่ละบริษัทเป็นเครื่องมือ หรือกับดักสำหรับล่อลวงผู้บริโภคหรือประชาชนที่ต้องการเข้ามาในธุรกิจนี้ รวมทั้งอยากให้มีการสอบใบอนุญาตเช่นเดียวกับธุรกิจประกัน เพื่อเป็นหลักประกันให้ประชาชนได้อุ่นใจในระดับหนึ่ง

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ เลขาธิการสมาคมการขายตรงไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนได้เสนอปรับแก้กฎหมายขายตรงส่งให้หน่วยงานภาครัฐไปเรียบร้อยแล้ว โดยหลักการเห็นด้วยกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นสำหรับผู้กระทำผิด แต่สำหรับข้อเสนอในเรื่องการสอบใบอนุญาตหรือจรรยาบรรณกลางในการดำเนินธุรกิจทำได้ยาก

ทั้งนี้ เนื่องจากส่วนหนึ่งสมาชิกของธุรกิจขายตรงสมัครเพื่อใช้สินค้า ไม่ได้ต้องการทำธุรกิจ การบังคับให้ต้องสอบใบอนุญาตอาจเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก และทำให้คนเหล่านี้เข้าสู่ธุรกิจได้ยากขึ้นไปอีก ส่วนจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ทุกบริษัทที่ดำเนินการถูกต้องต้องยึดตามจรรยาบรรณวิชาชีพอยู่แล้ว แต่เงื่อนไขการดำเนินธุรกิจของแต่ละบริษัทคงแตกต่างกันไป ไม่สามารถเหมือนกันได้

“จริงๆ ในกฎหมายขายตรงได้เขียนไว้ค่อนข้างชัดเจนว่ากรณีใดเป็นการกระทำผิดและไม่ใช่ธุรกิจขายตรง หาก สคบ.พิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนของการตรวจแผนธุรกิจ ก็จะพบว่าเป็นธุรกิจขายตรงที่แท้หรือเทียม” พญ.นลินี กล่าว

สำหรับการจะกระทำให้ธุรกิจผิดกฎหมายหมดไปคงยาก เพราะมีอยู่ทุกยุคทุกสมัยที่ผู้กระทำผิดจะใช้โอกาสหาช่องทางเข้ามาหาผลประโยชน์กับผู้บริโภค ต้องพึ่งหน่วยงานรัฐในการเข้มงวดมากยิ่งขึ้น

ด้าน นิโรธ เจริญประกอบ เลขาธิการสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการเพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจขายตรงให้มีคุณภาพมากขึ้น เพราะถือเป็นธุรกิจที่มีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วยมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาทต่อปี

สคบ.ได้เสนอ องอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล สคบ. ให้ยกระดับกองธุรกิจขายตรงและการตลาดแบบตรงให้เป็นสำนักงานหรือกรม เพื่อขยายอัตรากำลังพลที่จะเข้ามาช่วยดูแล ตรวจสอบ และสนับสนุนธุรกิจขายตรงในประเทศไทยให้ได้มาตรฐานและเป็นธุรกิจที่ดีมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี