posttoday
สัญญาณเศรษฐกิจซึม

สัญญาณเศรษฐกิจซึม

14 มิถุนายน 2559

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์

เมื่อเร็วๆ นี้ผลสำรวจความเชื่อมั่นทั้งจากมหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยของธนาคารต่างๆ ออกมาในทิศทางเดียวกันเกี่ยวกับความเชื่อมั่นการบริโภคในเดือน พ.ค. ปรับตัวต่ำสุดในรอบ 8 เดือน โดยดัชนีความเชื่อมั่นปรับลดลงทุกรายการทั้งด้านเศรษฐกิจ โอกาสการหางาน

ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นของหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานเศรษฐกิจการคลังและกระทรวงพาณิชย์ ออกมาระบุว่าความเชื่อมั่นการบริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นสถานการณ์ในอนาคตเดือน พ.ค. ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน เป็นการปรับลดลงทุกรายการ

ทั้งนี้ การบริโภคภายในประเทศมีสัดส่วนอยู่ในระบบเศรษฐกิจประมาณร้อยละ 45 โดยหวังว่าจะมาช่วยเสริมภาคการส่งออกที่ยังคงอ่อนแอคาดว่าปีนี้จะยังคงถดถอยเข้าสู่ปีที่ 4 ขณะที่การลงทุนจะเป็นอีกภาคส่วนที่จะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยภาครัฐมีการกระตุ้นนำร่องการลงทุน แต่ที่ผ่านมาการลงทุนเอกชนยังกู่ไม่ค่อยกลับ ที่ผ่านมาพบว่าขยายตัวได้ประมาณร้อยละ 1.2 แสดงให้เห็นว่าภาคเอกชนไทยยังไม่กล้าที่จะลงทุน จนต้องออกมาตรการหากผู้ประกอบการที่มาขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ โดยให้สิทธิพิเศษแบบไม่อั้นแต่ต้องลงทุนจริง มิฉะนั้นจะตัดสิทธิประโยชน์

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการลงทุนของภาคเอกชนเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่น ซึ่งเอกชนยังไม่ค่อยมั่นใจต่อปัจจัยเศรษฐกิจโลก รวมถึงปัจจัยภายในประเทศเกี่ยวข้องกับความอึมครึมหลังผลประชามติว่าบ้านเมืองจะไปทางไหน และการส่งต่อการบริหารประเทศหลังการเลือกตั้ง อีกทั้งกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังเหลืออยู่ประมาณร้อยละ 30-35

ดังนั้น การลงทุนในช่วงนี้หากไม่จำเป็นจริงๆ ยังรอได้ ยกเว้นบางอุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนเทคโนโลยีหรือการเปลี่ยนโมเดลสินค้า ส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติซึ่งต้องการลงทุนต่อเนื่องตามแผนงาน แต่หากชะลอได้การลงทุนใหม่คงเก็บไว้ก่อน

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงต่อเนื่องติดต่อกันมาหลายเดือนแสดงถึงสัญญาณทางเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังของไทยยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งการบริโภคที่ยังซึมมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย เพราะหากการบริโภคไม่ฟื้นการลงทุนเอกชนก็ไม่มา ปัญหาสำคัญมาจากภาคการส่งออกที่ถดถอยมาหลายปีส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประเมินว่ามีแรงงานและเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่น้อยกว่า 18.5 ล้านคน อีกทั้งผลผลิตด้านการเกษตรที่ลดลงจากภัยแล้ง

ขณะที่ราคาสินค้าทางการเกษตรยังตกต่ำ แม้แต่ยางพาราราคาดีอยู่ไม่ถึงสองเดือนขณะนี้ราคาก็เริ่มต่ำลง คาดว่าเฉพาะปัญหาภัยแล้งกระทบรายได้ภาคเกษตรประมาณ 1.5 แสนล้านบาท จะเป็นปัจจัยฉุดกำลังซื้อไม่ให้กลับมาฟื้นตัวได้ง่ายๆ

ประเด็นคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังรัฐบาลจะต้องทำอย่างจริงจัง เริ่มจากการแก้ปัญหาการเบิกจ่ายที่ล่าช้า พบว่าทั้งงบประมาณ-งบลงทุนทั้งของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจซึ่งเงินมีแล้วแต่ยังไม่ได้เบิกจ่ายอีก 1.34 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบร้อยละ 40 ของงบทั้งหมด

ขณะเดียวกับงบกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ทราบว่ามีเม็ดเงินเป็นแสนล้านบาท ก็ให้เร่งสตาร์ทอัพเอาเงินออกมาให้ถึงมือชาวบ้านเร็วๆ นะครับ

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท