
ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจฐานราก
โดย...ดร.ธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารออมสิน
โดย...ดร.ธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารออมสิน
สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามคอลัมน์กระปุกเศรษฐกิจ ธนาคารออมสินตลอดมา และเป็นที่น่ายินดีที่ได้รับความสนใจต่อเนื่อง ซึ่งผมเห็นว่าเป็นช่องทางที่ดีที่ทางผู้บริหารของธนาคารออมสินจะได้สรรหาบทความที่มีเนื้อหาสาระดีๆ เพื่อสะท้อนมุมมองด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ อีกด้านหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมอย่างยิ่ง
สำหรับสัปดาห์นี้ ผมมีเรื่องที่น่าสนใจยิ่ง จากการที่ธนาคารออมสินได้จัดตั้งศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจ และเศรษฐกิจฐานราก ที่มุ่งหมายให้เป็น Think Tank ด้านเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ เพื่อให้บริการสำหรับหน่วยงานภาครัฐ และสนับสนุนการจัดทำยุทธศาสตร์ของธนาคารเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชนฐานราก ซึ่งเป็นพันธกิจที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับพวกเราชาวออมสินเป็นอย่างมาก โดยก้าวแรกเราได้พัฒนาดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจฐานราก (Grassroots Economic Sentiment : GSI) ขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อสะท้อนสภาพเศรษฐกิจจากประชาชนฐานรากขึ้นมาสู่ระดับนโยบาย ขณะเดียวกันภาพใหญ่ก็พัฒนาโมเดลสำหรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (Macroeconomic Model) เพื่อติดตามภาวะเศรษฐกิจมหภาค สำหรับเป็นเครื่องมือเชิงลึกในการวางแผนในการดำเนินภารกิจของธนาคารได้ละเอียดถึงระดับภาคเศรษฐกิจ
ที่สำคัญ เมื่อเราดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับศูนย์วิจัยฯ แล้วเสร็จ จะทำให้สามารถทำการวิจัยเชิงลึกถึงระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค ทั่วประเทศได้อย่างมีมาตรฐาน ซึ่งผลวิจัยที่สะท้อนกลับมาคาดว่าจะมีประโยชน์ต่อภาครัฐ ภาคเอกชนเป็นอย่างมาก เช่น การประเมินผลนโยบายภาครัฐต่างๆ ที่ลงสู่พื้นที่ ว่ามีผลต่อภาวะการมีงานทำ การสร้างรายได้ ลดค่าใช้จ่าย ภาวะการออม ภาระหนี้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สะท้อนความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น หรือล่าสุดเรากำลังทำการศึกษาวิจัยกระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในเชิงลึก เป็นต้น ซึ่งผลของการวิจัยจะเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อหาแนวทางในการป้องกัน/แก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
สำหรับผลการสำรวจความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก ครั้งแรกในเดือน เม.ย. 2559 ซึ่งได้เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ และผ่านเว็บไซต์ของธนาคารไปแล้ว นอกจากดัชนีชี้วัดแล้วเรายังทำโพลสอบถามกลุ่มตัวอย่างระดับฐานราก (รายได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท/เดือน) จำนวน 1,580 ตัวอย่างทั่วประเทศ ถึงประโยชน์ของครัวเรือนที่ได้รับจากนโยบาย/มาตรการด้านเศรษฐกิจของภาครัฐเพียงใด เป็นต้น ซึ่งผมขอสรุปคร่าวๆ ดังนี้
ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจฐานราก (GSI) โดยรวมอยู่ที่ระดับ 44.9 ซึ่งต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนในระดับฐานรากยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัวมากนั้น ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยเรื่องปัญหาภัยแล้ง/ฝนทิ้งช่วง ทำให้มีผลผลิตออกมาน้อยกว่าปกติ ทำให้ราคาพืชผักผลไม้ปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันราคาพืชผลทางการเกษตรหลักยังตกต่ำต่อเนื่อง ถือว่าเป็นตัวบั่นทอนความเชื่อมั่นเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานรากในปัจจุบันกับอนาคต กลุ่มตัวอย่างมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยในอนาคตจะฟื้นตัวดีขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ส่งลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลสำรวจความเห็นจากกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่โดยเฉลี่ยร้อยละ 71.01 มีความเห็นว่าได้รับประโยชน์จากมาตรการ/นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ขณะเดียวกันประชาชนในระดับฐานราก คาดว่าเศรษฐกิจไทยกำลังดีขึ้นตามลำดับจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังปี 2560
ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจฐานราก (GSI) เป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐที่ผลักดันสู่ท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับผลการทำวิจัยที่ วปอ. ว่าควรพัฒนาเครื่องมือเพื่อใช้ประเมินหรือชี้วัดความสำเร็จของนโยบายต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อสังคมของธนาคารออมสินอีกก้าวหนึ่ง อย่างไรก็ตามในอนาคตผมเองก็มีแผนที่จะพัฒนาดัชนีชี้วัดด้านอุปทาน (Supply Side) รวมถึงการพัฒนาเครื่องมือสำหรับชี้วัดคุณภาพชีวิตของประชาชนฐานราก ตามมาตรฐานสากล เช่น UNDP, ESCAP, OECD เป็นต้น







