
‘ฮุนได’ เบอร์ 1 เอ็มพีวี ทุ่มสุดตัวมัดใจผู้บริโภค
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
ถือได้ว่าเป็นเจ้าตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง (เอ็มพีวี) เลยก็ว่าได้ สำหรับ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) ที่มีผลิตภัณฑ์เรือธงหลักคือ ฮุนได เอช-วัน ครองส่วนแบ่งยอดขายกว่า 70% ของยอดขายรวมต่อปี เป็นเบอร์ 1 ในตลาดดังกล่าวมานานมากกว่า 5 ปีติดต่อกัน
หลักคิดสำคัญอย่างหนึ่งของการทำตลาดของฮุนได นับตั้งแต่เริ่มทำตลาดในทุกเซ็กเมนต์คือ “ทำอย่างไรก็ได้ให้ฮุนไดขายได้ในทุกตลาดและได้รับความนิยมแม้ว่าจะต้องขาดทุนก็ตาม”
โยชิกาซึ โคนิชิ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) ได้เผยหลักคิดดังกล่าวของบริษัท พร้อมกล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของฮุนไดในประเทศไทยท่ามกลางสถานการณ์ตลาดที่ชะลอตัวเช่นนี้ ว่า บริษัทอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ที่จะต้องฝากความหวังทั้งหมดไว้กับรถยนต์เพียง 1 โมเดล ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนี้อยากให้จับตาการเปลี่ยนแปลงของฮุนไดไว้ให้ดี
“บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาการนำรถยนต์พลังงานทางเลือกรูปแบบใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อมในรถยนต์กลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์กลุ่มเดิมอย่างเอ็มพีวี นับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป” โคนิชิ กล่าว
ขณะที่ตลาดในกลุ่มเอ็มพีวียังถือเป็นตลาดหนึ่งที่ผู้บริโภคไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ได้ซื้อรถยนต์เพื่อครอบครองเป็นคันแรก บริษัทจึงแทบไม่ได้รับผล
กระทบทางด้านยอดขายแต่อย่างใด โดย 4 เดือนแรกของปี (ม.ค.-เม.ย.) บริษัทมียอดขายอยู่ที่ 1,000 คัน ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยเหตุผลจากการที่ ฮุนได เอช-วัน และฮุนได แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ มีการปรับเปลี่ยนรุ่นผลิตภัณฑ์ในช่วงเดือน มี.ค. 2559
สำหรับเป้าหมายยอดขายในปีนี้บริษัทตั้งเป้าไว้อยู่ที่ 4,300 คัน เติบโตขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 4,200 คัน โดยแบ่งสัดส่วนยอดขายเป็น ฮุนได เอช-วัน อยู่ที่ 70%, ฮุนได แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ อยู่ที่ 15% และฮุนได เอลันตร้า 15% ซึ่งในช่วงปลายปีนี้ บริษัทมีแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 1 รุ่น ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้
ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัว ฮุนได เอช-วัน ในรุ่นทัวริ่ง ซึ่งคาดว่าจะสามารถชิงกลุ่มลูกค้ามาจากกลุ่มรถกระบะดัดแปลง (พีพีวี) โดยใช้กลยุทธ์ด้านราคาของผลิตภัณฑ์ ที่มีราคาอยู่ที่ 1.28 ล้านบาท เนื่องจากเป็นลูกค้ากลุ่มเดียวกันและมีพฤติกรรมใกล้เคียงกัน
ขณะที่ภาพรวมตลาดรถยนต์เอ็มพีวีขนาดใหญ่ที่มีจำนวนอยู่ที่ 5,000-6,000 คัน/ปี จะยังคงสามารถรักษาระดับยอดขายไว้อย่างคงที่ ซึ่งบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดในช่วง 4 เดือนแรกอยู่ที่ 70% และทั้งปี 2559 บริษัทคาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 60% จากปีก่อนอยู่ที่ 52% จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท ซึ่งในตลาดดังกล่าวนี้มีปริมาณผู้เล่นไม่มากซึ่งบริษัทถือได้ว่ามีความได้เปรียบ
อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มผู้บริโภคจะไม่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจมากนัก แต่อารมณ์ในการใช้จ่ายและการตัดสินใจซื้ออาจชะลอไปบ้างจากบรรยากาศโดยรวมที่ไม่ดีนัก รัฐบาลควรออกมาตรการอะไรบางอย่างในการกระตุ้นกำลังซื้อให้ฟื้นตัวและต้องมีความต่อเนื่องเพื่อให้เห็นผลชัดเจน
คงต้องจับตาดูว่า ฮุนไดจะเป็นอีกหนึ่งสินค้าจากประเทศเกาหลีที่สามารถแซงคู่แข่งชาติอื่นๆ ขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดในหลายประเทศทั่วโลกได้เหมือนที่โทรศัพท์มือถือซัมซุงทำได้มาแล้วหรือไม่







