posttoday
เอกชนแนะขอเวลาโครงการเข้าข่ายกิจการรุนแรงปรับตัว

เอกชนแนะขอเวลาโครงการเข้าข่ายกิจการรุนแรงปรับตัว

10 สิงหาคม 2553

เอกชนแนะควรให้เวลาแก่โครงการนอกมาบตาพุดที่เข้าข่ายกิจการรุนแรงในการทำตามมาตรา 67 ด้วยอย่างน้อย 2-3 ปี เพราะต้องทำย้อนหลัง อาจมีความล่าช้าบ้าง

เอกชนแนะควรให้เวลาแก่โครงการนอกมาบตาพุดที่เข้าข่ายกิจการรุนแรงในการทำตามมาตรา 67 ด้วยอย่างน้อย 2-3 ปี เพราะต้องทำย้อนหลัง อาจมีความล่าช้าบ้าง

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการเข้าหารือร่วมกับ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วย รมว.อุตสาหกรรม เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหามาบตาพุด ว่า ภาคเอกชนกังวลว่าเมื่อมีการประกาศกิจการรุนแรงออกมาแล้วโครงการที่อยู่นอกพื้นที่มาบพุด และเข้าข่ายเป็นกิจการรุนแรง ที่คาดว่าจะมีอยู่ประมาณ 12 โครงการ จะต้องมาดำเนินการตามมาตรา 67 วรรค 2 ย้อนหลัง ถือเป็นเรื่องน่าเห็นใจ จึงต้องให้เวลาแก่ผู้ประกอบการในกลุ่มดังกล่าวดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ประมาณ 2-3 ปี ไม่ใช่เข้าไปเร่งรัด เนื่องจากขั้นตอนการปฏิบัติก็มีความล่าช้าด้วย

ทั้งนี้ จากการดำเนินการของผู้ประกอบการตามมาตร 67 วรรค 2 ล่วงหน้าไปก่อน เช่น การทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) พบว่ายังมีความล่าช้าอยู่มาก ไม่ได้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้แต่แรก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่มีโครงการเข้าไปส่งเอกสารพร้อมๆ กันหลายโครงการ อีกทั้งจำนวนบุคลากรที่เกี่ยวข้องอาจจะยังมีไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ หากที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีมติจะออกประกาศรายชื่อกิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ควรจะเร่งดำเนินการทันที ซึ่งในทางปฏิบัติน่าจะออกได้สมบูรณ์และมีผลบังคับใช้ภายใน 1-2 วัน หลังจากที่ประชุมมีมติเห็นชอบ แต่หากไม่ออกเองกระทรวงอุตสาหกรรมก็ต้องเร่งดำเนินการออกประกาศเองทันที เพราะที่ผ่านมาก็ได้ศึกษาและเตรียมความพร้อมไว้แล้ว

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีแนวคิดจะตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาคเอกชน เจ้าหน้าที่จากกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน เพื่อเข้ามาดูแล ประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชน หลังจากที่มีความชัดเรื่องประเภทกิจการรุนแรงออกมา โดยจะมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดสำหรับทุกโครงการทั้งที่เข้าข่ายกิจการรุนแรง และไม่เข้าข่าย โดยกลุ่มที่ไม่เข้าข่ายจะต้องรวมข้อมูล เอกสารทั้งหมดมาให้แก่อัยการ เพื่อนำไปปลดปล็อคจากคำสั่งศาล

ขณะเดียวกันได้วางแผนสำหรับการดำเนินงานให้กับภาคเอกชน และหน่วยงานภารครัฐ โดยจะแบ่งโครงการออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มที่ติดอยู่ใน 76 โครงการตามคำสั่งศาล หากประกาศฯ ออกมาแล้วจะมีกลุ่มที่เข้าข่าย และไม่เข้าข่าย 2. โครงการที่ไม่อยู่ใน 76 โครงการ แต่เข้าข่ายกิจการรุนแรง 3. โครงการที่เข้ามายื่นขอลงทุนใหม่ ซึ่งจะมีทั้งโครงการที่เข้าข่าย และไม่เข้าข่าย โดยกลุ่มที่ไม่เข้าข่ายจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการขอปลดล็อกจากศาล ผ่านทางอัยการ ส่วนกลุ่มที่เข้าข่ายก็จะต้องเริ่มดำเนินการตามมาตรา 67 ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีความพร้อมในการดำเนินงานในทุกด้าน โดยแนวทางการดำเนินงานดังกล่าวจะนำเสนอต่อนายชัยวุฒิ บรรณวัฒิ รมว.อุตสาหกรรม ต่อไป

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน