
เร่งสรุปผลRCEP
อาเซียนเตรียมประชุม RCEP ครั้งที่ 13 เร่งถกรายละเอียดสรุปผลเจรจาให้ได้ก่อนเสนอระดับรัฐมนตรีในเดือน ส.ค.นี้
อาเซียนเตรียมประชุม RCEP ครั้งที่ 13 เร่งถกรายละเอียดสรุปผลเจรจาให้ได้ก่อนเสนอระดับรัฐมนตรีในเดือน ส.ค.นี้
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จะเป็นหัวหน้าผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการเจรจาการค้าความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP-TNC) ครั้งที่ 13 และการประชุม อื่นๆ ที่เมืองโอ๊กแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 12-18 มิ.ย. 2559 โดยการประชุมครั้งนี้จะเป็นช่วงสำคัญของการเจรจา เพราะสมาชิกจะต้องร่วมกันประเมินความคืบหน้าการเจรจาและความเป็นไปได้ในการสรุปผลการเจรจาภายในปีนี้ตามที่ผู้นำทั้ง 16 ประเทศกำหนดไว้
ทั้งนี้ ในส่วนของอาเซียนได้มีการประชุมคณะทำงานระดับสูง ว่าด้วยการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน ครั้งที่ 30 โดยผู้บริหารระดับสูงของอาเซียนมีความเห็นร่วมกันว่า อาเซียนควรจะต้องแสดงบทบาทนำ เพื่อผลักดันให้สามารถสรุปผลการเจรจา RCEP ให้ได้ภายในปีนี้ตามที่ผู้นำกำหนดไว้ โดยจะขอให้สมาชิกเร่งดำเนินการตามแนวทางการเจรจา
ให้สอดคล้องกับหลักการตามที่รัฐมนตรี RCEP ได้เห็นชอบแล้ว
“สมาชิก RCEP จะมีการสรุปผลเจรจาให้ได้ และจะนำผลสรุปทั้งหมดรายงานต่อที่ประชุมรัฐมนตรี RCEP ที่จะมีขึ้นในเดือน ส.ค. 2559 เพื่อที่รัฐมนตรี RCEP ทั้ง 16 ประเทศ จะหารือข้อสรุปร่วมกันก่อนจะนำเสนอให้ที่ประชุมผู้นำ RCEP ในช่วงเดือนก.ย. พิจารณาต่อไป” นายรณรงค์ กล่าว
สำหรับการประชุม RCEP ครั้งที่ 13 จะเป็นการประชุมเต็มรูปแบบของคณะทำงานและคณะทำงานย่อยทั้งหมด โดยจะมีการเจรจาในประเด็นต่างๆ ได้แก่ การค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมาย การแข่งขัน กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า สุขอนามัยและสุขอนามัยพืช อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การเงินโทรคมนาคม และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ในการประชุม ครั้งที่ 12 ที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทุกประเทศได้ยื่นรายงานข้อเสนอการเปิดตลาดเบื้องต้นสำหรับการค้าสินค้าและการค้าบริการ รวมถึงรายงานข้อสงวนเบื้องต้นสำหรับการลงทุนแล้ว และได้มีการเจรจาแบบทวิภาคีและการเจรจาแบบหลายฝ่ายสําหรับการเจรจาการเปิดตลาดการค้าสินค้าและการค้าบริการ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น รวมถึงการยื่นข้อเรียกร้องให้ประเทศคู่เจรจามีการเปิดตลาดเพิ่มเติมจากข้อเสนอการเปิดตลาดเบื้องต้นอีกด้วย







