
ตัวเลขพลิก...ตลาดกลับทาง รอดูสัญญาณจาก Dot Plot เพิ่มเติม
โดย...อัญชลี ซิงห์
โดย...อัญชลี ซิงห์
สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย มองว่า เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.00-35.40 ในสัปดาห์นี้ เป็นกรอบที่ต่ำกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า ในสัปดาห์นี้ตลาดจะติดตามผลจากการประชุมธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) วันที่ 14-15 มิ.ย. ปัจจุบันตลาดมองว่าโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้อยู่ที่ 0% และโอกาสที่เฟดจะปรับอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ค.อยู่ที่ 18% ลดลงมากหากเทียบกับเดือน พ.ค. โดยตลาดกลับมองว่าเฟดจะปรับอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน ธ.ค.ปีนี้เท่านั้น และอาจเหลือเพียงครั้งเดียวในปีนี้ ทั้งนี้เรายังไม่คิดว่าตลาดจะคาดการณ์ถูกต้องหมด เนื่องจากหากลดการให้น้ำหนักข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงนี้ แต่มองภาพให้ไกลมากขึ้น จะพบว่าพัฒนาการเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวได้ดี แต่จะให้ดีแบบเร่งตัวอย่างต่อเนื่อง คงไม่มีเศรษฐกิจใดทำได้ตลอดไป ดังนั้นเรายังคิดว่าการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ยังเป็นไปได้อยู่ แม้จะไม่ได้เห็นการปรับขึ้นในการประชุมรอบนี้ สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ คือ ประมาณการอัตราดอกเบี้ยที่เฟดจะเผยแพร่ในรอบใหม่ หรือ “DOT PLOT” หลังการประชุมในสัปดาห์นี้ ถ้าย้อนกลับไปดูการประชุมเดือน มี.ค. เฟดส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ หากเฟดปรับประมาณการลงมาเหลือเพียง 1 รอบเท่านั้น เงินเหรียญสหรัฐจะมีโอกาสอ่อนค่าลง และทำให้เงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว และอาจหลุดกรอบรอบรายสัปดาห์ของเราได้ด้วย ทั้งนี้เรายังเชื่อว่า DOT PLOT จะยังส่งสัญญาณปรับขึ้น 2 ครั้ง สำหรับปี 2016
เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 35.36 ในช่วงแรกของสัปดาห์ เงินบาทเห็นการแข็งค่าขึ้น เนื่องจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือน พ.ค.ออกมาต่ำสุดรอบ 5 ปี ทำให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง นอกจากนี้ความคิดเห็นจากประธานเฟด เจเน็ต เยลเลน ในสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ลดความ Hawkish หรือส่งสัญญาณที่ชัดเจนน้อยลงกว่าการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งก่อนหน้า ยังกดดันเงินเหรียญสหรัฐด้วย เยลเลน กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าเธอต้องการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนใด อย่างไรก็ตามเงินบาทปรับอ่อนค่าลงบ้างในช่วงหลังของสัปดาห์ หลังจากที่ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกปรับลงมากกว่าที่ตลาดคาด และสะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังปรับตัวได้ดีอยู่ ขณะที่นักลงทุนยังต้องการล็อกกำไรที่ได้ไปในระหว่างช่วงสัปดาห์ ตามการเข้ามาซื้อเงินบาทเพิ่มมากขึ้น เพราะในสัปดาห์นี้จะมีประเด็นความเสี่ยง อย่างการประชุมเฟดที่ทำให้อาจเกิดความผันผวนได้ ส่งผลให้เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 35.25 (เวลา 16.17 น.วันที่ 10 มิ.ย.)
เงินเยนเปิดตลาดที่ 106.43 โดยอ่อนค่าลงเล็กน้อย ตามการแสดงความคิดเห็นจากของรัฐมนตรีการคลัง ทาโร่ อาโซะ ว่าเขาต้องการเห็นเงินเยนอ่อนค่าไปที่ระดับ 109.00 ในช่วงต้นสัปดาห์ และในสัปดาห์นี้นักลงทุนจะติดตามผลจากการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 15-16 มิ.ย. เงินเยนปิดตลาดที่ 106.83 (เวลา 16.17 น.วันที่ 10 มิ.ย.)
เงินยูโรเปิดตลาดที่ 1.1349 และปรับแข็งค่าขึ้นในช่วงแรกของสัปดาห์ โดยเป็นการซื้อกลับเงินยูโร ตามการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงิน หลังจากที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐออกมาน่าผิดหวัง โดยเงินยูโรอ่อนค่าลงบ้างช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากเงินเหรียญสหรัฐกลับมาแข็งค่า ตามแรงซื้อกลับอีกครั้งเงินยูโรปิดตลาดที่ 1.1298 83 (เวลา16.17 น. วันที่ 10 มิ.ย.)
ผลจากตัวเลขจ้างงานของสหรัฐในคืนวันศุกร์ที่ 3 มิ.ย.ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้มาก ทำให้ตลาดเริ่มลดความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน 6 และเดือน 7 ลงมาก อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรและหุ้นกู้ของไทยปรับลดลงทันที ตามอัตราผลตอบแทนที่ลดลงของพันธบัตรสหรัฐ โดยมีนักลงทุนต่างประเทศเข้าซื้อพันธบัตรของไทยปริมาณมากอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บรรยากาศการลงทุนที่ค่อนข้างตึงตัวในตลาดหุ้นกู้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยรวมทั้งสัปดาห์อัตราผลตอบแทนลดลงมากทุกช่วงระดับอายุ
สัปดาห์นี้นักลงทุนคงให้ความสำคัญกับการประชุมเฟดว่าจะมีท่าทีอย่างไร จะสร้างความประหลาดใจให้ตลาดโดยการขึ้นดอกเบี้ย หรือจะคงดอกเบี้ยตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดไว้ หากปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น คงทำให้อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ทั้งไทยและสหรัฐปรับขึ้นอย่างรวดเร็วได้อีก







