
เมื่อซัมซุงเปิดเกมรุก Enterprise Tablet
โดย...พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ
โดย...พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ
เรื่องน่าประหลาดใจเกิดขึ้นทันที หลัง Samsung ประกาศออก Hybrid Tablet ตัวใหม่ Galaxy TabPro S ตัวแรก ที่มาพร้อมกับ Windows 10 ใน 3 เดือนที่ผ่านมา พร้อมๆ กับ Microsoft ที่เพิ่งวางแผง Surface Pro 4 หากมองในตลาดเมืองนอกแล้ว Enterprise Tablet จากค่าย Microsoft ถือว่ามีแต้มต่อในตลาดค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการเปิดตัวกันไปแล้วกว่า 4 รุ่น และยังได้รับความนิยมอยู่อย่างพอตัว
แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง การมาอย่างไม่ธรรมดาของ Samsung มาเล่นตลาด Hybrid Tablet ครั้งนี้ ทำให้เกิดความน่าสนใจอย่างมาก เนื่องด้วยราคาและการออกแบบอย่างดี ส่งผลให้ Surface Pro 4 อาจหนาวๆ ร้อนๆ ได้
ราคาในการเปิดตัว Samsung Galaxy TabPro S มาแบบไม่แรงมาก หากมองแบบหมัดต่อหมัด ผู้ใช้งานในองค์กร ควรพิจารณาดูความเหมาะสมกับการใช้งานว่าเป็นอย่างไร หากเทียบน้ำหนัก Surface ซึ่งวัสดุหลักเป็น Magnesium จะมีน้ำหนักมากกว่า Samsung ที่ลดน้ำหนักตัวเครื่องด้วยพลาสติกเกรดดี ขณะที่การออกแบบ ส่วนตัวมองว่า Samsung ดีไซน์ดูวัยรุ่น Microsoft ดูสุขุมมีกลิ่น Notebook
ในแง่ของการใช้งาน Hybrid Tablet มีข้อจำกัดบ้าง เนื่องจากการออกแบบกะทัดรัดไม่เยอะแบบที่ Notebook หรือ PC เป็นอยู่ ส่วนพื้นฐานเชื่อมต่อใช้งาน Port ตระกูล Universal ถูกนำมาลงในฟังก์ชั่นการทำงานของ Tablet ชนิดนี้อยู่อย่างจำกัด
คอนเซ็ปต์ออกแบบหลักของ Galaxy TabPro S จะถูกออกแบบมาให้ใช้ USB Type C เพียง Port เดียว ขณะที่ Surface Pro 4 มีจำนวน Port มากกว่า โดยมี USB 3.0 เชื่อมต่ออุปกรณ์ USB และมี MicroSD ให้สามารถเพิ่มขนาดพื้นที่การใช้งานในตัวเครื่องได้ รวมถึง Mini DisplayPort ที่ทำให้การใช้งานระดับ Enterprise ทำงานได้ง่ายขึ้น
การออกแบบการใช้งาน หากชอบไปทางที่เป็น Minimal ทาง Samsung ออกแบบการใช้งานมาดูทันสมัย แต่ก็จะแลกกับการพกพา Adapter หากจำเป็นต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์หลายๆ ชนิด Surface Pro 4 จะตอบโจทย์กว่าครับ
อุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ เช่น Keyboard ผู้ใช้งานอาจรู้สึกว่าการใช้งาน Hybrid Tablet ทดแทน Notebook หรือ PC ได้ ซึ่งโจทย์นี้ Surface Pro 4 ทำให้รู้สึกเสมือนพิมพ์บน Keyboard
ส่วน Battery ทั้งสองยี่ห้อตอบโจทย์สำหรับอุปกรณ์พกพาชนิดนี้ได้ดี Surface Pro 4 ใช้งานสูงสุดถึง 9 ชั่วโมง ส่วน Galaxy TabPro S ประกาศไว้ถึง 10.5 ชั่วโมง
ประสิทธิภาพหลักของ Galaxy TabPro S มาพร้อมกับ CPU อย่าง Intel Core M3 Dual-Cores Processor พร้อมกับ RAM 4 GB และยังสามารถเลือกใช้งาน Storage ได้ระหว่าง 128GB หรือ 256GB ในขณะที่ Surface Pro 4 มาพร้อมกับ CPU ให้เลือกหลายชนิด ตั้งแต่ Intel Core m3, Intel Core i5, Intel Core i7 พร้อมกับ RAM 4-16GB และยังสามารถเลือก Storage ได้ถึง 1TB
หากมองในมุมราคา Surface Pro 4 เริ่มต้นที่ 30k+ ในตัวเล็กสุด และต้องซื้อ Keyboard แยกออกไป ขณะที่ Galaxy TabPro S ซื้อทุกอย่างรวมถึง Keyboard ได้ในราคาเดียวกัน ดังนั้นหากมองการทำงานถ้าไม่จำเป็นต้องประสิทธิภาพสูงมาก Samsung ตอบโจทย์ Enterprise Tablet ได้ดี
ขณะที่ Surface Pro 4 มีขุมพลังมากกว่า แต่ราคาสูงกว่า ดังนั้นการชิมลางครั้งนี้ ถือว่าน่าจับตาทีเดียวว่า Samsung จะมีทีเด็ดอะไรอีก มารุก Enterprise Tablet ที่กำลังโต







