
ครม.เปิดทางคลังกู้เพิ่ม6หมื่นล้าน
ครม.เปิดทางคลังกู้เงินอีก 6 หมื่นล้านบาท เดินหน้าโครงการไทยเข้มแข็งในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2553
ครม.เปิดทางคลังกู้เงินอีก 6 หมื่นล้านบาท เดินหน้าโครงการไทยเข้มแข็งในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2553
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.)มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอเรื่องเงื่อนไขการกู้เงินจำนวน 6 หมื่นล้านบาท สำหรับไตรมาสที่ 4 ปี 2553 ซึ่งเป็นการกู้เงิน ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจปี 2552 จำนวน 4 แสนล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการไทยเข็มแข็ง
ทั้งนี้ครม.ได้อนุมัติเงื่อนไขให้สามารถกู้เงินได้จากธนาคารพาณิชย์ หรือ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของกระทรวงการคลัง มีระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ 4 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 6 เดือนประเภทบุคคลธรรมดา ของ 4 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ มีระยะเวลาในการเบิกจ่ายเงินกู้ภายใน 5 เดือน ส่วนค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเป็นไปตามข้อเสนอของแหล่งเงินกู้ ที่จะมีการเจรจาต่อไปตามที่กระทรวงการคลังเห็นสมควร
ด้าน สำนักงบประมาณ รายงานว่า สำนักงบประมาณได้อนุมัติคำขอจัดสรรงบแล้วเป็นเงินจำนวน 3.1 แสนล้านบาท โดยมีหน่วยงานต่างๆ ได้ทยอยจัดซื้อจัดจ้างไปแล้วประมาณ 2.6 แสนล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังคาดว่าตั้งแต่เดือน ก.ค.- ธ.ค. 2553 จะมีความจำเป็นในการเบิกจ่ายงบอีก 9.88 หมื่นล้านบาท ขณะที่กระทรวงการคลังมีเงินกู้ที่รอการเบิกจ่ายอีก 3.7 หมื่นล้านบาท จึงเห็นควรให้เสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติกู้เงินสำหรับการดำเนินโครงการในช่วงไตรมาสที่ 4 ด้วยวิธีการทำสัญญากู้เงิน ( Term Loan ) วงเงิน 6 หมื่นล้านบาทดังกล่าว
สำหรับการกู้เงินในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศวงเงิน 8 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในโครงการไทยเข็มแข็ง โดยตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย.52 ได้กู้เงินแล้ว 2.3 แสนล้านบาท ซึ่งมีการเบิกจ่ายจากบัญชีโครงการไทยเข็มแข็งแล้วกว่า 1.93 แสนล้านบาท







