posttoday
"ฉัตรชัย"โต้"ปลอดประสพ"แจงยิบแผนจัดการน้ำ

"ฉัตรชัย"โต้"ปลอดประสพ"แจงยิบแผนจัดการน้ำ

10 มิถุนายน 2559

รมว.เกษตรฯโต้ปลอดประสพแจงยิบแผนบริหารจัดการน้ำ ยืนยืนไม่เคยทอดทิ้ง ประชาชนต้องมีน้ำอุปโภค บริโภคซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต

รมว.เกษตรฯโต้ปลอดประสบแจงยิบแผนบริหารจัดการน้ำ ยืนยืนไม่เคยทอดทิ้ง ประชาชนต้องมีน้ำอุปโภค บริโภคซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ชี้แจงความเห็น ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี จากที่ได้เขียนลงแสดงความเห็นทางเฟซบุ๊ก “ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี” ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำโดยมีรายละเอียดดังนี้

ตามที่ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ได้เขียนลงแสดงความเห็นทางเฟซบุ๊ก “ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี” มีข้อความตอนหนึ่ง “แล้งที่ผ่านมา ผมให้รัฐบาลผ่านเรื่องเดียว คือ น้ำกิน จึงขอขอบคุณ (เห็นไหมผมไม่ได้ด่าท่าเดียว) สำหรับน้ำเพื่อการเกษตร ถือว่าสอบตก แบบต้องไล่ออกลูกเดียว ท่านเริ่มจากการปลอบใจว่า ไม่แล้ง (แต่ที่สุดก็แล้ง) เห็นท่าไม่ดีท่านก็ให้ชาวนาลดพื้นที่ปลูกข้าว (ลดแล้วก็ยังตาย) ไม่ดีหนักขึ้นท่านก็บอกว่า หยุดส่งน้ำ (ตายแน่ๆ) ต่อมาท่านบอกว่าให้ปลูกพืชอื่นแทน บอกหน่อยสิครับพืชอะไรไม่กินน้ำ ร้ายที่สุดแบบไม่มีการให้อภัยก็คือ การเผชิญภัยแล้งด้วยการขุดลอก คู คลอง หนอง บึง ท่านผู้ (ไม่) ฉลาดครับ ในชนบทการสู้แล้งก็คือ การรักษาน้ำจนหยดสุดท้าย เพราะจะได้ทั้งน้ำทั้งปลา แต่ท่านไปขุดลอกซึ่งแปลว่าต้องระบายน้ำทิ้งหมด แล้วชาวบ้านที่ไหนเขาจะยอมครับ แต่สำหรับท่าน ชาวบ้านยิ่งไม่ยอมท่านยิ่งชอบ และพวกท่านก็ไม่อยากทำอยู่แล้ว (แต่ขอเบิกเงิน) ท่านจ้องดูฝนฟ้า พอเห็นว่า ฝนเริ่มตกท่านก็เริ่มส่งเครื่องจักรเข้ามาขุด (แบบขอไปที) กะว่าน้ำจะท่วมจนลบร่องรอยการไม่ทำงานของพวกท่าน แต่กรรมตามทัน พวกผมไปเห็นมากะตา จึงเริ่มออกอาการเรรวน เห็นท่านประกาศปราบโกง เอาหน่อยสิครับ ใกล้ตัวท่านนั่นแหละ”

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขอเรียนชี้แจงดังนี้

1. น้ำอุปโภคบริโภค
มีเพียงพอตามที่ท่านกล่าว ทั้งนี้ มีเหตุผลที่สำคัญ 3 ประการ คือ 1. มีแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ปี 2558 - 2569 กำหนดกรอบแนวทางครอบคลุมทุกมิติ รวมทั้งการจัดทำประปาหมู่บ้าน/ชุมชน โรงเรียนให้ครบทุกหมู่บ้าน ไม่ได้ดูเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง 2. มีการวางแผนเตรียมการแก้ไขวิกฤตแล้งแต่เนิ่น (กำหนดแผนการจัดสรรน้ำให้มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอถึง ก.ค. 59 และ กำหนดมาตรการช่วยเหลือสนับสนุนน้ำทั้งการใช้น้ำจากแหล่งน้ำผิวดิน ผันน้ำจากระบบชลประทาน บ่อน้ำบาดาล รถส่งน้ำ 3. การทำงานอย่างบูรณาการ โดยคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการแก้ไขปัญหาวิกฤตแล้ง ปี 2558/59

2. น้ำเพื่อการเกษตร
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าปัญหาแล้งในปี 2558/59 เป็นปัญหาต่อเนื่องจากความกังวลในเรื่องน้ำท่วม ในปี 2555 - 2556 ทำให้เก็บน้ำไม่เต็มเขื่อน, ในปี 2555 - 2556 รัฐบาลมีการส่งเสริมการปลูกข้าวอย่างกว้างขวาง ทำให้มีการปลูกข้าวหลายรอบ ซึ่งใช้น้ำจากเขื่อนต่างๆ ไปมาก, ในปี 2557 เกิดภาวะฝนแล้ง และ ในปี 2558 เกิดปรากฏการณ์เอลนิโญ่ ฝนแล้งอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้น้ำต้นทุนลดลง
น้ำใช้การได้ 33 เขื่อนใหญ่ทั่วประเทศ ในปี 2555, 2556, 2557, 2558 มีจำนวน 28,649 - 29,575 - 21,652 - 17,602 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น ร้อยละ 100 - 103 - 75 - 61 ของปีปกติ ตามลำดับ
ในส่วนน้ำใช้การได้ 4 เขื่อนลุ่มเจ้าพระยา ในปี 2555, 2556, 2557, 2558 มีจำนวน 10,075 - 8,153 - 6,777 - 4,247 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น ร้อยละ 93 - 72 - 60 - 37 ของปีปกติ ตามลำดับ
จึงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างระมัดระวังที่สุด ซึ่งไม่ได้คิดเพียงลำพัง ซึ่งแต่ละพื้นที่มีการบริหารจัดการดังนี้
พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา และ พื้นที่ลุ่มแม่กลอง บริหารจัดการโดยคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ เนื่องจากมีการใช้น้ำครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด ทั้งการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศน์ และ การเกษตรกรรม
พื้นที่เขตชลประทานลุ่มน้ำอื่นๆ เป็นอ่างเก็บน้ำเดี่ยว บริหารจัดการโดยคณะกรรมการพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วยผู้ว่าราชการ กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ผู้ใช้น้ำ และ อื่นๆ
พื้นที่นอกเขตชลประทาน ไม่มีการบริหารจัดการ

ทุกฝ่ายต่างเห็นตรงกัน ต้องให้ความสำคัญกับน้ำอุปโภคบริโภคก่อน เพราะกระทบกับคนส่วนใหญ่ และ น้ำรักษาระบบนิเวศน์ ผลักน้ำทะเล เพราะหากมีน้ำเค็มรุกล้ำถึงพื้นที่ จะใช้เวลานานในการฟื้นกลับคืน ทำให้ไม่มีน้ำเพียงพอสนับสนุนการเกษตรได้ แต่รัฐบาลได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือ ในส่วน กษ. จำนวน 8 มาตรการ และ ของหน่วยงานอื่นๆ อีก 9 มาตรการ รวม 17 มาตรการ เป็นเงิน 203,087.00 ล้านบาท (เป็นมาตรการสร้างรายได้ 5 มาตรการ, ลดรายจ่าย 6 มาตรการ และ ขยายโอกาส 6 มาตรการ) มาตรการที่เป็นมาตรการแก้ปัญหาโดยประชาชนมีส่วนร่วม คือ มาตรการที่ 4 แผนตามความต้องการของชุมชน 8,172 โครงการ วงเงิน 4,551.75 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้ เพื่อให้ประชาชน/เกษตรผ่านวิกฤตแล้งไปได้ ในส่วนพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวนาปรัง กรมชลประทานได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด สนับสนุนน้ำเท่าที่เป็นไปได้ มีผลเสียหายน้อยมาก

นาปรังรอบแรก ปลูกในเขตชลประทาน ลุ่มเจ้าพระยา 2,020,000 ไร่ เสียหายเพียง 3,868 ไร่ ซึ่งอยู่ที่ดอน จ.สระบุรี และ จ.สมุทรสาคร ไม่สามารถส่งน้ำไปถึง ส่วนนาปรังรอบสอง ปลูกในเขตชลประทาน ลุ่มเจ้าพระยา 30,000 ไร่ ยังไม่พบความเสียหาย
ผลการดำเนินการ ปีนี้มีการประกาศของ ปภ. ในการให้ความช่วยเหลือหมู่บ้านที่ประสบภัยแล้งน้อยกว่าปี 2556, 2557, 2558 ทั้งที่น้ำน้อยกว่า และ อากาศร้อนกว่า ณ วันที่ 11 มิ.ย. ของปี 2556, 2557, 2558 และ 2559 มีหมู่บ้านประกาศภัยแล้ง 30,418 - 13,930 - 11,203 - 10,101 ตามลำดับ (จะเห็นว่าปีน้อยกว่าปีก่อนๆ)

ผลสำรวจพบประชาชนมีความพึงพอใจในมาตรการต่างๆ และ ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เสนอแนะการแก้ปัญหาภาคการเกษตรของไทย ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

โดยสรุป ต้องดูแลน้ำอุปโภคบริโภคซึ่งสำคัญกับชีวิตประชาชนส่วนใหญ่ ในส่วนเกษตรกรไม่ได้ทอดทิ้ง มีมาตรการช่วยเหลือในทุกมิติ ซึ่งเกษตรกรมีความพึงพอใจ และ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

3. การดำเนินการขุดลอกคูคลอง
รัฐบาลนี้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญ ก่อนดำเนินการมีการทำประชาคม ประชาชนในพื้นที่มีความต้องการโครงการ ไม่มีการใช้อิทธิพลบีบบังคับ เพื่อผลประโยชน์คนใดคนหนึ่ง หรือ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
การดำเนินการต้องโปร่งใส ไม่ทุจริต ซึ่งได้เน้นย้ำกับผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสมอ หากมีการทุจริตจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด และ ยินดีที่จะรับฟังข้อมูลพร้อมหลักฐาน เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป
นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ต้องการปราบการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจัง ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สนองอย่างจริงจัง ในช่วงปี 2557 - 2559 ภายใต้การกำกับของรัฐบาลชุดนี้ ให้กรมชลประทานดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างงานพัฒนาแหล่งน้ำ

อย่างโปร่งใส ทั้งการกำหนดราคากลาง และ การประมูลงาน E-bidding ทำให้ประหยัดงบประมาณได้ถึง 13,932.36 ล้านบาท ยกตัวอย่าง เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 59 ครม. รับทราบการประกวดราคางานจ้างก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ และ ส่วนประกอบอื่นๆ อุโมงค์ส่งน้ำ แม่แตง - แม่งัด จ.เชียงใหม่ รายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรายการใหม่ ปี 2559, สัญญาที่ 1 งบประมาณ 4,095.00 ล้านบาท คณะกรรมการฯ กำหนดราคากลาง 4,094.31 ล้านบาท ผู้รับจ้าง E-bidding เสนอราคาต่ำสุด 2,857.41 ล้านบาท (ต่ำกว่างบประมาณ ร้อยละ 30.23), สัญญาที่ 2 งบประมาณ 3,022.50 ล้านบาท คณะกรรมการฯ กำหนดราคากลาง 3,006.51 ล้านบาท ผู้รับจ้าง E-bidding เสนอราคาต่ำสุด 2,134.00 ล้านบาท (ต่ำกว่างบประมาณ ร้อยละ 29.40)

ราคาที่เสนอต่ำกว่าราคากลางมาก ไม่มีการฮั้วประมูล และ บริษัทที่เข้าประมูลต้องมีประวัติเคยผ่านงานมาก่อน ซึ่งได้จัดเป็นบัญชีระดับชั้นความสามารถของบริษัทต่างๆ จึงเชื่อมั่นได้ว่าบริษัทที่ผ่านการประมูลจะสามารถดำเนินการตามสัญญาได้ ทำจริงจัง เพื่อประโยชน์กับประเทศชาติ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท