
ปตท.สผ.ทุ่มซื้อหุ้นกู้ตปท.คืน
PTTEP ซื้อหุ้นกู้ ตปท.คืน 500 ล้านเหรียญ ลดต้นทุน หนุนโครงสร้างเงินทุนแกร่งรองรับความผันผวนของราคาน้ำมัน และโอกาสทางธุรกิจ
PTTEP ซื้อหุ้นกู้ ตปท.คืน 500 ล้านเหรียญ ลดต้นทุน หนุนโครงสร้างเงินทุนแกร่งรองรับความผันผวนของราคาน้ำมัน และโอกาสทางธุรกิจ
นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 มิ.ย. 2559 บริษัทได้เสนอซื้อคืนหุ้นกู้จำนวน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ของ ปตท.สผ. ที่ออกและเสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบันต่างชาติ ซึ่งจะครบกำหนดชำระในปี 2561 ในรูปแบบของคำเสนอซื้อหุ้น (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย. 2559 โดยบริษัทจะใช้เงินสดที่มีอยู่ในมือจำนวน 3,200 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ประเมินว่าผลสำเร็จจากการซื้อคืนหุ้นกู้ดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทมีโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งมากขึ้น สะท้อนผ่านอัตราส่วนหนี้ต่อทุนที่อยู่ระดับต่ำ เพิ่มความเชื่อมั่นต่ออันดับความน่าเชื่อถือลดภาระดอกเบี้ยจ่าย อีกทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะกับความต้องการใช้เงินได้ดียิ่งขึ้น โดยบริษัทสามารถระดมเงินได้ทันทีหากจำเป็นจากการที่ตลาดเงินปัจจุบันมีสภาพคล่องสูงมาก และมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ซึ่งบริษัทเชื่อว่าเงินสดคงเหลือที่มีอยู่ รวมวงเงินกู้หมุนเวียนแบบผูกพันและไม่ผูกพันที่มีกับธนาคารพาณิชย์อีกจำนวนรวมเทียบเท่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้สถานะการเงินของบริษัทมีความพร้อมที่จะรองรับความผันผวนของราคาน้ำมัน และโอกาสทางธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ได้ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ผันผวน การลดต้นทุนในการดำเนินงานและการบริหารจัดการทางการเงินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้บริษัทมีความยืดหยุ่นและมีความพร้อมเพื่อรองรับทุกสถานการณ์ รวมถึงโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
รายงานข่าวแจ้งว่า หากนักลงทุนมาขายหุ้นกู้คืนครบตามจำนวน ก็จะทำให้หนี้สินต่อทุนลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 0.23 เท่า จากขณะนี้อยู่ที่ 0.27 เท่า เพราะจำนวนหุ้นกู้ที่ซื้อคืน 500 ล้านเหรียญสหรัฐนั้นคิดเป็นสัดส่วนที่ไม่มากจากหนี้ต่างประเทศทั้งหมดที่มีอยู่ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และหลังซื้อก้อนนี้แล้วจะไม่ซื้อคืนอีก
“บริษัททำคำเสนอซื้อหนี้หุ้นกู้ต่อนักลงทุนในราคาตลาดซึ่งมีอัตราที่น้อยกว่า 1% ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับนักลงทุนว่าจะตัดสินใจขายคืนหรือจะถือจนครบอายุ เพราะหากนักลงทุนเห็นการลงทุนในตราสารอื่นๆ ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าก็อาจมาขายคืนให้บริษัทได้ และการซื้อคืนก็ดีกว่าที่บริษัทจะจ่ายดอกเบี้ยจนหุ้นกู้ครบอายุ ซึ่งมีระยะเวลาเหลืออีก 2 ปี 3 เดือน ซึ่งจ่ายดอกเบี้ยประมาณ 3.7% และการตัดสินใจซื้อชุดที่มีอายุใกล้หมดเพราะบริษัทต้องการที่จะออกหุ้นกู้หรือก่อหนี้อายุ 5-10 ปี สอดคล้องกับการใช้เงินและการซื้อคืนก็เป็นการบริหารเงินสดในมือที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและหากมีการลงทุนที่จำเป็นก็ไม่มีปัญหามีเงินในมือเหลืออีกเกือบแสนล้านบาทเพียงพอและยังกู้ได้อีกหากจำเป็น”
หุ้น PTTEP พุ่งขึ้นหลังราคาน้ำมันดีขึ้น ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ได้ขึ้นสมมติฐานราคาน้ำมันเป็น 55 เหรียญสหรัฐในปี 2560 และ 60เหรียญสหรัฐในปี 2561 และขึ้นกำไร PTTEP อีก 8% เป็น 2.11 หมื่นล้านบาทในปี 2560 และเป็น 3.11 หมื่นล้านบาทในปี 2561







