posttoday
ปรับตัวเร็วยิ่งได้เปรียบ

ปรับตัวเร็วยิ่งได้เปรียบ

10 มิถุนายน 2559

เริ่มต้นในธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีมามากกว่า 10 ปี จนกระทั่งเจอสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้บริษัทต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจมาเป็นการจำหน่ายสินค้าด้านความปลอดภัย โดยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังส่งไปจำหน่ายผ่านช่องทางผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) โดยในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาได้เริ่มสร้างแบรนด์ สำหรับ บริษัท โปรซีเคียว ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ความปลอดภัย ภายใต้แบรนด์ “โปรซีเคียว” (Prosecure)

เริ่มต้นในธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีมามากกว่า 10 ปี จนกระทั่งเจอสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้บริษัทต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจมาเป็นการจำหน่ายสินค้าด้านความปลอดภัย โดยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังส่งไปจำหน่ายผ่านช่องทางผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) โดยในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาได้เริ่มสร้างแบรนด์ สำหรับ บริษัท โปรซีเคียว ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ความปลอดภัย ภายใต้แบรนด์ “โปรซีเคียว” (Prosecure)

ชัยยงค์ อิสริยเมธีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรซีเคียว กล่าวว่า เมื่อโครงสร้างของตลาดและการแข่งขันที่เปลี่ยนไปบริษัทจึงต้องปรับเพื่อหาจุดแตกต่างที่ชัดเจน โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่อี-คอมเมิร์ซ จึงต้องสามารถให้คำปรึกษาด้านข้อมูลกับผู้บริโภคได้อย่างครบถ้วน ซึ่งอินเทอร์เน็ตมีผลในการกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีความใส่ใจด้านความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

“ที่ผ่านมาในธุรกิจสินค้าด้านความปลอดภัยยังไม่แพร่หลายในกลุ่มที่พักอาศัย ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้ากลุ่มองค์กรมากกว่า ซึ่งเรามองว่าต่อจากนี้ไปในกลุ่มที่พักอาศัยจะเติบโตขึ้นโดยลูกค้าหาข้อมูลจากทางอินเทอร์เน็ตแต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ บริษัทจึงได้เปิดศูนย์รวมอุปกรณ์ความปลอดภัย โปรซีเคียวช็อป ไว้รองรับกลุ่มที่หาข้อมูลมาให้ได้ลองสัมผัสผลิตภัณฑ์จริงก่อนการตัดสินใจซื้อ เนื่องจากสินค้าด้านความปลอดภัยต้องการความน่าเชื่อถือและคำแนะนำในการให้คำปรึกษา จึงเป็นการบูรณาการร่วมกันเพื่อต้องการสร้างความแตกต่างไม่เหมือนใครในธุรกิจนี้”

นอกจากนั้น ได้เอาประสบการณ์ที่ทำธุรกิจค้าปลีกไอทีมาปรับใช้ในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีโดยเฉพาะการทำธุรกิจแบบจัดสรรผลประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมและโปร่งใส จะยิ่งทำให้การเติบโตมีความแข็งแกร่งทั้งระบบ

หากนับย้อนกลับไป 10 ปีก่อนหน้านี้ ธุรกิจสินค้าด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะกล้องวงจรปิดยังเป็นธุรกิจใหม่ในตลาดอยู่ ซึ่งการตัดสินใจปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจลงมาสู่ในตลาดนี้ถือเป็นความได้เปรียบด้วยความเร็ว จนกระทั่งปัจจุบันบริษัทมีแบรนด์สินค้าด้านความปลอดภัยจำนวนกว่า 12 แบรนด์ชั้นนำทั่วโลก ที่บริษัทเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ยังมีกลยุทธ์อีก 2 ด้าน คือ 1.การสร้างแบรนด์ เพื่อสร้างเครือข่ายร้านจำหน่ายอุปกรณ์ความปลอดภัย โดยทำงานใกล้ชิดกับคู่ค้าทางธุรกิจและดีลเลอร์ เพื่อเจาะตลาดงานด้านอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม 2.การสรรหาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อสนับสนุนให้กับตัวแทนจัดจำหน่ายมากที่สุดพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยอาจมองภัยเป็นเรื่องไกลตัวหรือมองว่าโอกาสเกิดภัยต่อตัวเองอาจจะน้อย จึงมองข้ามไป แต่หากเกิดขึ้นโดยไม่ได้ป้องกันหรือรับมือ คงเป็นเรื่องที่อาจเกินจะรับได้อย่างแน่นอน ซึ่งการแชร์คลิปกล้องวงจรปิดบนโลกออนไลน์ซึ่งนำไปสู่การติดตามและขยายผลต่อไปได้อย่างมากมาย ทำให้วันนี้ตลาดจะยิ่งเติบโตเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งปรับตัวได้เร็วมากเท่าไรจะยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจในทุกสถานการณ์อย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ