
ปรับสปอร์ตมอลล์ ขึ้นฮับซีแอลเอ็มวี
เดอะมอลล์ ปรับโฉมสปอร์ตมอลล์ ชูขายสินค้าแบรนด์ดังครบวงจร ขยายฐานลูกค้าซีแอลเอ็มวี
เดอะมอลล์ ปรับโฉมสปอร์ตมอลล์ ชูขายสินค้าแบรนด์ดังครบวงจร ขยายฐานลูกค้าซีแอลเอ็มวี
นายสุนทร สุรีย์เหลืองขจร ผู้จัดการทั่วไปบริหารสินค้า สปอร์ตมอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า จากการที่ธุรกิจร้านจำหน่ายสินค้า เสื้อผ้า และอุปกรณ์กีฬาในประเทศไทย มีความแข็งแกร่งมากในภูมิภาคอาเซียน ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการจำหน่ายสินค้าดังกล่าว โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี หรือกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ประกอบด้วย เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งให้ความสนใจเดินทางเข้ามาซื้อสินค้า เสื้อผ้า และอุปกรณ์กีฬาในประเทศไทยอย่างคึกคัก
ทั้งนี้ จากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวส่งผลให้บริษัทเห็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าต่างชาติในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีด้วยการปรับโฉมแผนกสปอร์ตมอลล์ให้มีความทันสมัย และแยกหมวดหมู่ของสินค้าให้มีความชัดเจนมากขึ้นผ่านคอนเซ็ปต์ใหม่ภายใต้แนวคิด นัมเบอร์วัน สปอร์ต ฮับ อิน ไทยแลนด์ โดยใช้สาขาศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์เป็นชิปสโตร์ หรือร้านต้นแบบในการทำตลาดแผนกสปอร์ตมอลล์โฉมใหม่
“โฉมใหม่ของสปอร์ตมอลล์ทั้งฝั่งศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ จะมีพื้นที่รวมกันประมาณ 6,000 ตร.ม. หรือเรียกว่า สปอร์ตมอลล์ ดิ เอ็มดิสทริค ด้วยการใช้คอนเซ็ปต์โกลเบิลสปอร์ตแบรนด์สโตร์ ที่จะรวบแบรนด์กีฬาชั้นนำมาจำหน่ายภายในพื้นที่ดังกล่าว เช่น อันเดอร์ อาเมอร์ พูม่า และ ลาคอส เป็นต้น” นายสุนทร กล่าว
ปัจจุบันสปอร์ตมอลล์ที่ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ มีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติที่ 30-40% คนไทย 60-70% ซึ่งในจำนวนของกลุ่มลูกค้าต่างชาติ 10% เป็นกลุ่มลูกค้าซีแอลเอ็มวี 10% โดยหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เชื่อว่าประชากรในภูมิภาคอาเซียนมีการหมุนเวียนดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี สาขาต่อไปที่จะปรับปรุง คือ บลูพอร์ต หัวหิน และเดอะมอลล์ โคราช โดยสิ้นปีคาดว่าจะมีรายได้ 5,000 ล้านบาท โต 50% ตามเป้า







