
THANA ใจป้ำจ่ายปันผลระหว่างกาล
บริษัทธนาสิริ กรุ๊ป หรือ THANA หุ้นอสังหาฯ ในตลาดเอ็มเอไอ อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด 6 เดือนแรก ปี 53 หุ้นละ 0.08 บาท คิดเป็นจำนวน 20 ล้านบาท หลังจากทำยอดขายครึ่งปีแรกโตขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนกว่า 46%
บริษัทธนาสิริ กรุ๊ป หรือ THANA หุ้นอสังหาฯ ในตลาดเอ็มเอไอ อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด 6 เดือนแรก ปี 53 หุ้นละ 0.08 บาท คิดเป็นจำนวน 20 ล้านบาท หลังจากทำยอดขายครึ่งปีแรกโตขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนกว่า 46%
นายสุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THANA เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) ครั้งที่ 4/2553 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2553 ได้มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งเป็นผลการดำเนินงานของบริษัท สำหรับงวด 6 เดือนแรก ตั้งแต่มกราคม-มิถุนายน 2553 หุ้นละ 0.08 บาท คิดเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 20 ล้านบาท โดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่จะมีชื่อปรากฏ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 24 สิงหาคม 2553 เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผลและให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของพรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 โดยประกาศปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 25 สิงหาคม 2553 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 กันยายน 2553
ผลการดำเนินงาน ประจำไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2553 ว่า บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิประจำไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2553 เท่ากับ 30.30 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิเท่ากับ 15.38 ล้านบาท มาจากสาเหตุสำคัญมาจาก
ประการแรก รายได้จากการขายบ้านเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 64.60 ล้านบาท หรือเทียบเป็นร้อยละ 36.25 โดยมีรายได้จากการขาย 242.80 ล้านบาท จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขายอยู่ที่ 178.20 ล้านบาท ในขณะที่ปริมาณการขายบ้านเพิ่มขึ้นประมาณ 28 หลัง หรือเมื่อเทียบเป็นร้อยละ 48.28 สาเหตุของการเพิ่มขึ้นมาจากการเปิดโครงการ ธนาสิริ ปิ่นเกล้า-ราชพฤกษ์ 2 ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่เปิดขายในต้นปี 2553, โครงการเดอะไพรเวซี่ ไพร์มเพลส 2 และโครงการไพร์มเพลส ภูเก็ต-อนุสาวรีย์ 2, 3 ที่เริ่มขายในปี 2553 ประกอบกับมาตรการของทางภาครัฐในส่วนของการลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการโอนบ้านและที่ดิน
ประการที่สอง อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯและบริษัทย่อยในไตรมาส 2 ปี 2553 และ 2552 เท่ากับร้อยละ 34.78 และ 29.02 ตามลำดับ
ประการที่สาม บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสัดส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (ไม่รวมภาษีเงินได้) เทียบเท่ากับรายได้จากการขายในไตรมาส 2 ปี 2553 และ 2552 เท่ากับร้อยละ 11.90 และ 13.08 ตามลำดับ
ประการที่สี่ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (ไม่รวมภาษี) ของไตรมาส 2 ปี 2553 มีจนวน 28.88 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2552 จำนวน 23.32 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจากในไตรมาส 2 ปี 2553 บริษัทฯ ได้มีการปรับอัตราเงินเดือนประจำปี และรับพนักงานเพิ่มเติมในส่วนงานต่าง ๆ หลายตำแหน่งเพื่อรองรับการขยายงานทำให้มีค่าใช้จ่ายในส่วนของพนักงานสูงขึ้น ประกอบกับได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่อาคารสำนักงานเพิ่มเติมเพื่อรอรับจำนวนพนักงานที่เพิ่มมากขึ้นส่วนหนึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเช่าสำนักงานเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละเดือน







