
รู้ทันเศรษฐกิจ นำธุรกิจรอดภัย
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปร่วมฟังงานสัมมนา “Krungsri Business Forum 2016 : Thailand’s Opportunity” ภายใต้หัวข้อ “ทิศทางเศรษฐกิจโลก โอกาสธุรกิจไทย” ซึ่งเป็นการสัมมนาที่จัดขึ้นให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ และวางแผนการลงทุนหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปร่วมฟังงานสัมมนา “Krungsri Business Forum 2016 : Thailand’s Opportunity” ภายใต้หัวข้อ “ทิศทางเศรษฐกิจโลก โอกาสธุรกิจไทย” ซึ่งเป็นการสัมมนาที่จัดขึ้นให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ และวางแผนการลงทุนหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากการที่ได้ฟังองค์ปาฐก ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวถึงนโยบายของแบงก์ชาติ ก็ถือเป็นข่าวดีว่า แบงก์ชาติพร้อมจะดำเนินนโยบายแบบผ่อนปรนเพื่อช่วยเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการสนับสนุนภาคการส่งออก โดยใช้กรอบบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนแบบยืดหยุ่น เพื่อให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับกลไกตลาด และหากในกรณีที่ผันผวนรุนแรงจนเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของภาคเอกชนหรือการฟื้นตัวโดยรวม แบงก์ชาติก็พร้อมจะเลือกใช้เครื่องมืออย่างเหมาะสมเพื่อลดความผันผวนที่เกิดขึ้น
อีกหนึ่งข่าวดี จากข้อมูลของ ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ก็คือ การที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในไตรมาสแรกของปี 2559 นี้ได้ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 3.2 ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ จากการที่ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ผ่านมาตรการและโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ที่รัฐเป็นผู้ลงทุนลุยเองก่อน อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปก็น่าจะเป็นโอกาสดีที่เอกชนจะมีความมั่นใจและเริ่มลงทุนในโครงการต่างๆ มากขึ้น
ในส่วนภาพรวมเศรษฐกิจในระดับโลกและภูมิภาคนั้น เท่าที่ได้ฟังการวิเคราะห์ของ Dr.Chiwoong Lee นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส จาก มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ มอร์แกน สแตนลีย์ ซิเคียวริตี้ ก็พอจะสรุปใจความสำคัญได้ว่า ตั้งแต่ 2014 ประเทศที่ส่งออกล้วนเริ่มมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีจำนวนประเทศที่ตั้งกำแพงภาษีเพิ่มสูงขึ้นเพื่อปกป้องการค้าของตนเองเพิ่มขึ้นทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าตลาดการค้าระหว่างประเทศก็ยังไม่สดใสนัก
สำหรับไทยเราเองจากความเห็นของ ดร.ลัษมณ อรรถาพิช นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชีย ก็มองว่าการส่งออกของไทยในปีนี้อาจยังต้องเหนื่อยอยู่ เนื่องจากเดิมตลาดหลัก อย่างสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป เริ่มลดบทบาทความสำคัญลงไป แต่ยังโชคดีที่มีตลาดจีน และกลุ่มอาเซียนเข้ามาทดแทน สอดคล้องกับคุณตรรก บุนนาค ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอล มาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่แนะว่าช่องทางการลงทุนยังคงเปิดกว้างในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเห็นได้จากการเติบโตของธุรกรรมการลงทุนในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้น ดังนั้นนักลงทุนไทยต้องรีบฉวยโอกาสในช่วงนี้
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ สำคัญที่ว่าผู้ประกอบการธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไร หรือมีวิธีการใดบ้างที่จะลดความเสี่ยงหรือสามารถมองเห็นโอกาสทางธุรกิจก่อนคู่แข่งขัน ผมเชื่อว่าการเตรียมความพร้อมในเรื่องข้อมูลและความรู้ก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ







