
ปีหน้าแล้งไม่แล้งยังไม่รู้ ! หลายภาคส่วนแนะ ฝนตกแล้วแต่ยังต้องประหยัดน้ำต่อ
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้รณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันประหยัดน้ำและพลังงานอย่างต่อเนื่อง แต่สังเกตได้ว่าภัยแล้งปีนี้รุนแรงกว่าในปีที่ผ่านๆมา และมีทีท่าที่จะรุนแรงขึ้นทุกปี
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้รณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันประหยัดน้ำและพลังงานอย่างต่อเนื่อง แต่สังเกตได้ว่าภัยแล้งปีนี้รุนแรงกว่าในปีที่ผ่านๆมา และมีทีท่าที่จะรุนแรงขึ้นทุกปี ประเทศไทยเริ่มเผชิญภัยแล้งตั้งแต่ปลายปี 2558 มาจนถึงตอนนี้ ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคในหลายพื้นที่ และถึงแม้ว่าปลายเดือนพฤษภาคมจะเริ่มมีฝนตกบ้างแล้วแต่กรมอุตุฯยังเตือนว่าฝนที่ตกมานั้นเป็นผลจากปรากฏการณ์ลานีญาและยังไม่มีอะไรการันตีว่าในปีหน้าภัยแล้งในประเทศไทยจะลดความรุนแรงลง
แนวทางการแก้ปัญหาภัยแล้งที่ดีที่สุดคือการใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้สามารถมีน้ำใช้ได้ตลอดช่วงหน้าแล้ง ในสมัยก่อนเขื่อนต่างๆ สามารถเก็บน้ำไว้เพื่อนำมาแจกจ่ายให้แต่ละพื้นที่ใช้ในช่วงหน้าแล้ง แต่จากข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2559) เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิต์ซึ่งจะเก็บกักน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้ได้รวมกันเพียง 33 % เท่านั้น ซึ่งถือเป็นระดับเก็บกักต่ำสุด (Dead Storage) โดยมีปริมาณอยู่ในระดับนี้มาตั้งแต่ปี 2555 และปีนี้มีปริมาณต่ำที่สุดในรอบ 30 ปี และยังมีแนวโน้มจะลดลงอย่างต่อเนื่อง
การที่มีปริมาณน้ำในแม่น้ำและเขื่อนน้อยนั้นนอกจากส่งผลต่อการขาดแคลนน้ำไว้ใช้แล้ว ยังทำให้ในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงยังทำให้น้ำมีความเค็ม ส่งผลกระทบต่อการนำน้ำไปใช้งานทั้งภาคการเกษตรอุตสาหกรรมและการบริโภค ในปี 2559 กรมชลประทาน กรมฝนหลวงฯ การประปานครหลวง และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาศัยบทเรียนจากภัยแล้งในปีก่อนๆ เพื่อทำให้น้ำประปายังมีคุณภาพดี สามารถนำไปใช้อุปโภคบริโภคได้เหมือนเดิม
ยิ่งไปกว่านั้น กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์การเกิดปรากฏการณ์ลานีญา ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกในช่วงปลายปีนี้มากกว่าปกติ และคาดว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนธันวาคม แต่อย่างไรก็ตาม การเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวก็อาจส่งผลให้ภัยแล้งในปีหน้ามีความรุนแรงเท่าเดิม ลดน้อยลง หรือเกิดเป็นอุทกภัย ซึ่งทางกรมอุตุฯ ก็ไม่อาจคาดการณ์ได้เนื่องจากภูมิอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทำให้ต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อเฝ้าระวัง
ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเริ่มมีฝนตกแล้ว แต่ในช่วงแรกนั้นจะยังไม่ส่งผลต่อปริมาณน้ำในเขื่อนเนื่องจากพื้นดินมีสภาพแห้งทำให้ต้องใช้เวลากว่าดินจะชุ่มน้ำ น้ำฝนที่ตกลงมาจึงจะไหลไปถึงเขื่อน ดังนั้นวิธีรับมือภัยแล้งที่ดีที่สุดคือการที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ใช้น้ำอย่างประหยัดในทุกกิจกรรม เพื่อที่จะได้มีน้ำไว้สำรองใช้ในช่วงที่เกิดภัยแล้ง







