posttoday
เปิดประตูสู่อินโดนีเซีย

เปิดประตูสู่อินโดนีเซีย

08 มิถุนายน 2559

โดย...ศิรารัตน์ อรุณจิตต์

โดย...ศิรารัตน์ อรุณจิตต์

ในแต่ละปีนักท่องเที่ยวคนไทยไปเยือนแดนอิเหนามากกว่าหนึ่งแสนคน โดยมีจุดหมายปลายทางหลักยังเกาะบาหลี ซึ่งเป็นหนึ่งในหมื่นเจ็ดพันเกาะของอินโดนีเซีย และยังเป็นเกาะที่งดงามที่สุดในเอเชียแปซิฟิก จนได้สมญานามว่า “อัญมณีแห่งมหาสมุทรอินเดีย”

ด้วยทำเลที่ตั้งอันโดดเด่นช่วยดึงดูดนักเดินทางจากนานาประเทศ เฉพาะปี 2015 ที่ผ่านมา มีผู้คนจากที่ต่างๆ เยี่ยมเยือนอินโดนีเซียถึง 9.73 ล้านคน และช่วยสร้างรายได้สู่หมู่เกาะแห่งนี้ถึง 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

มิเพียงสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจที่เป็นแม่เหล็กดูดดึงผู้คนและเม็ดเงินให้หลั่งไหลสู่แดนอิเหนา แต่ยังมีแรงดึงดูดด้านเศรษฐกิจที่คอยฉุดดึงความสนใจจากต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศอีกด้วย เห็นได้ชัดจากอินโดนีเซียนั้น เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับเงินลงทุนจากต่างชาติสูง มูลค่า FDI ที่ขยับขึ้นในทุกปี จากราว 251 ล้านล้านรูเปียห์ ในปี 2011 มาเป็น 545 ล้านล้านรูเปียห์ในปี 2015 (ประมาณ 2.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) จะเห็นว่าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

มิติทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจของอินโดนีเซียมีอยู่หลายด้าน แต่ในครั้งนี้ขอเน้นเฉพาะประเด็นหลักๆ ที่ชักจูงเงินลงทุนเข้าประเทศ ได้แก่ 1) ขนาดเศรษฐกิจ 2) ประชากร และ 3) การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ขนาดเศรษฐกิจ

- มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยมูลค่า 8.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 5-6% ต่อปี แม้ในปี 2009 จะเกิดวิกฤตการเงิน แต่ยังเติบโตได้ 4.6% ถือว่าขยายตัวดีเป็นลำดับ 3 ในกลุ่ม จี20

- คาดว่าภายในปี 2030 จะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก แซงหน้าเยอรมนีและอังกฤษ จากปัจจุบันอยู่ในลำดับ 16 (รายงานของแมคคินซีย์ โกลบอล)

- รายได้ต่อหัวประชากรอยู่ที่ 3,500 เหรียญสหรัฐ แต่ก็มีอัตราเติบโตที่สูง เฉพาะ 5 ปีย้อนหลัง เฉลี่ยแล้วเติบโตถึง 5.8% ต่อปี

ประชากร ถือเป็นทรัพยากรทรงคุณค่าที่จะนำพาประเทศให้ก้าวไกล ประเทศที่โดดเด่นด้านทรัพยากรมนุษย์ย่อมได้เปรียบกว่าประเทศอื่น สำหรับอินโดนีเซียแล้วนั้นโดดเด่นในด้านนี้ด้วย

- จำนวนประชากร 256 ล้านคน มากเป็นลำดับ 4 ของโลก และมากที่สุดในอาเซียน

- อายุเฉลี่ยประชากรไม่เกิน 30 ปี และมีวัยรุ่นในสัดส่วนค่อนข้างสูง โดยมีคนอายุไม่เกิน 24 ปี ถึง 43%

- ชนชั้นกลางขยายตัวเพิ่มขึ้นในแต่ละปีถึง 7 ล้านคน (รายงานธนาคารโลก) และในปี 2020-2030 ชนชั้นกลางจะถึง 140 ล้านคน (รายงานของแมคคินซีย์ โกลบอล)

ประชากรจำนวนมหาศาลย่อมหมายถึงกำลังซื้อภายในสูงมาก ก่อเกิดตลาดขนาดใหญ่ขึ้นในบ้านตัวเอง ประกอบกับชนชั้นกลางซึ่งกำลังขยายตัว ย่อมสร้างพฤติกรรมการบริโภคใหม่ๆ เช่น จับจ่ายใช้สอยสินค้าที่มีคุณภาพหนักขึ้น หรือเดินทางท่องเที่ยวสูงขึ้น พร้อมกับคาดหมายว่าในอีก 15-20 ปีข้างหน้า ประชากรวัยทำงานจะเพิ่มถึงขีดสูงสุด ย่อมเกิดความได้เปรียบด้านแรงงานและกำลังการผลิต ทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยไม่ขาดช่วง

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ถือเป็นรากฐานของพัฒนาการที่สำคัญ เพื่อรองรับการเปลี่ยนสภาพสู่สังคมเมือง เพราะนอกจากจะช่วยเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างพื้นที่แล้ว ยังช่วยลดต้นทุนและเวลาเดินทาง-ขนส่งสินค้าอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังก่อเกิดการลงทุนและการจ้างงานสูงขึ้นในหลายภาคส่วนธุรกิจ

“การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจะพลิกโฉมอินโดนีเซียได้เลย” คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงแต่อย่างใด เพราะในอดีตนั้น รัฐบาลอินโดนีเซียลงทุนด้านนี้ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค คิดเป็นอัตราส่วนต่อจีดีพีได้เพียง 2.1% เท่านั้น จึงยังจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างเหล่านี้อีกมาก โดยปัจจุบันรัฐบาลอินโดนีเซียซึ่งนำโดยประธานาธิบดี โจโก วิโดโด วางแผนลงทุนเพื่อเร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในหลายด้าน ด้วยงบประมาณถึง 14 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า

จากภูมิประเทศที่เป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่มากมาย เมื่อระบบคมนาคมเชื่อมโยงถึงกันโดยสมบูรณ์แล้ว นอกจากประโยชน์จะตกต่อคนในประเทศ ยังเกิดผลดีกับธุรกิจท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน นั่นหมายถึงรายได้เข้าประเทศจะเป็นกอบเป็นกำมากขึ้นด้วย เพราะประเมินว่านักท่องเที่ยว 1 คน จะใช้จ่ายประมาณ 1,200 เหรียญสหรัฐ ทั้งยังจะจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 13 ล้านตำแหน่ง หากเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลว่าจะให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีสัดส่วนต่อจีดีพีเพิ่มเป็น 8% ในปี 2019 (จากปัจจุบัน 4%)

ความโดดเด่นด้านขนาดเศรษฐกิจ ประชากร และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นพลังขับเคลื่อนอินโดนีเซียให้เป็นยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจได้ไม่ยากนัก ด้วยเหตุนี้การลงทุนในอินโดนีเซียจึงเป็นสิ่งจับต้องได้ เพราะมีแนวโน้มในอนาคตชัดเจน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่สัมพันธ์กับการอุปโภคบริโภค ค้าปลีก ก่อสร้าง รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ที่พร้อมเติบโตเป็นอย่างดี

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน