posttoday
ภาษีกับแอลกอฮอล์ (2)

ภาษีกับแอลกอฮอล์ (2)

08 มิถุนายน 2559

โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ

โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ

บทความที่แล้ว ผมเขียนถึงสถิติที่ประเทศไทยมีอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ทำให้เสียชีวิต ว่าเป็นอันดับที่ 2 ของโลก (ควรภูมิใจกันไหมครับ?) เรื่องการขาดระเบียบวินัย ความรับผิดชอบและสำนึกในการอยู่ร่วมกันในสังคม แล้วมาจบด้วยเหตุการณ์ฉาวๆ

เมื่อเร็วๆ นี้ เรื่องการทำร้ายร่างการครอบครัวนักท่องเที่ยวอังกฤษที่หัวหินและการรุมทำร้าย และฆ่าชายพิการ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่สังคมไทยจะตระหนักถึงอันตรายของเรื่องเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขาดสติจากการเสพสุรา หรือของมึนเมา ประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อน ยิ่งฤดูร้อนปีนี้ก็ร้อนมหาโหดจริงๆ อารมณ์คนก็ยิ่งร้อนตามไปด้วย ถ้าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่เข้ามาดูแลจัดการออกมาตรการกฎระเบียบต่างๆ รวมทั้งเพิ่มภาษีสรรพสามิตกับเครื่องดื่มของมึนเมา

ปัญหาเหล่านี้ก็ยังจะเห็นซ้ำซากในสังคมไทยอีก บางครั้งก็แปลกใจว่ารัฐบาลกี่ชุดกี่ชุดที่ผ่านมา ทำไมเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ตัวเลขอันดับ 2 ของโลกที่ไทยเราได้มาจากการตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ไม่รู้สึกเหมือนถูกประชาคมตบหน้าฉาดใหญ่อย่างรุนแรงเลยหรือครับ ผมเองทั้งๆ ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องจัดการยังอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

รัฐบาลควรจะมีมาตรการป้องปรามให้เข้มข้นมากขึ้นกว่านี้ โดยผมขอเสนอดังนี้ครับ

1.ห้ามขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์บนถนนโดยเด็ดขาด ลองมาดูแถวอโศก เปิดเป็นบาร์เบียร์บนฟุตปาทริมถนนอโศก ปากซอยคาวบอยกันโจงครึ่ม เทศกิจตาบอดหรือมีอะไรติดคออยู่ครับ

2.ห้ามมีเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อยู่ภายในห้องโดยสารของรถยนต์ทุกชนิด

3.ผู้ขับขี่ยานพาหนะต่างๆ ถ้าทำผิดจากเรื่องการเสพสุราครั้งที่ 2 จะถูกยึดใบขับขี่ และไม่สามารถจะขอใบขับขี่อีกตลอดชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ แต่เรื่องการติดสินบาทคาดสินบนของเราก็ใช่ย่อย ขนาดล่าสุดปีใหม่ที่ผ่านมา คสช.ออกกฎเข้มข้นเรื่องเมาแล้วขับจับหนักปรับหนัก กลับกลายเป็นว่าด่านก็เรียกเก็บเงินหน้างานหนักขึ้นแค่นั้น (เดิมจ่าย 2,000-5,000 เป็น 1-2 หมื่นบาท) จากที่ฟังคนรู้จักได้เจอมา เมื่อเราลองไปดูประเทศที่เจริญแล้ว มีตัวเลขด้านอุบัติเหตุไม่สูง เพราะตำรวจในประเทศเหล่านั้นเขาเข้มงวดมาก ถ้าเจอและทำผิดจริงจะเรื่องใหญ่ ไม่มีออมชอม ประชาชนจึงเกรงกลัวกฎหมายและตำรวจมาก ยกตัวอย่าง ที่ญี่ปุ่นกฎหมายเรื่องเมาแล้วขับที่ออกมาล่าสุดเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ถ้าตรวจเจอคนขับโดนปรับประมาณ 5 แสนเยน คนนั่งโดน 3 แสนเยน

4.ผู้ขับขี่ยวดยานแล้วชนคนตาย หรือเป็นสาเหตุให้ผู้อื่นต้องเสียชีวิตจะต้องรับโทษเปรียบเสมือนฆ่าคนตายในกรณีอื่นๆ ไม่มีการเกี้ยเซี้ยตกลงกันระหว่างครอบครัวของคนตายกับผู้ขับขี่เป็นอันขาด

5.ควบคุมให้ผู้ขับขี่ยวดยานสาธารณะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ที่อนุญาตให้ขับรถต่อเนื่องได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง และต้องพักไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง จึงจะขับต่อได้อีกไม่เกิน 4 ชั่วโมง ในรอบ 1 วัน ถ้าไม่ควบคุมให้ดี ผู้ขับขี่ก็คงจะขับเกินจำนวนชั่วโมงเป็นแน่ ดังนั้นเส้นทางรถยนต์ที่วิ่งเกิน 4 ชั่วโมง บริษัทรถทัวร์จะต้องมีคนขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะอย่างน้อย 2 คนขึ้นไปต่อเที่ยวรถ 1 คัน

6.กำหนดอายุของใบขับขี่รถยนต์สาธารณะให้สั้นลงจาก 3 ปี เป็น 2 ปี และต้องสอบทั้งข้อเขียนและการขับรถในการต่ออายุไม่ว่าใบอนุญาตจะหมดอายุมานานแค่ไหนก็ตาม เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหลักๆ ส่วนใหญ่ฝีมือผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะ ดังนั้นการเข้มงวดคุณสมบัติผู้ที่จะมาขับขี่รถยนต์สาธารณะจะต้องมากขึ้น

ในบทความหน้า ผมจะพูดถึงการขึ้นภาษีสรรพสามิต เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ รวมถึงผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่มีผลต่อสังคมและเศรษฐกิจไทยครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท