posttoday
ตลาดนมอาเซียนเนื้อหอม โฟร์โมสต์วางไทยขึ้นฮับ

ตลาดนมอาเซียนเนื้อหอม โฟร์โมสต์วางไทยขึ้นฮับ

08 มิถุนายน 2559

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

จากตัวเลขตลาดนมพร้อมดื่มในอาเซียนซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 4.5 แสนล้านบาท ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนม ต่างให้ความสำคัญและพาเหรดเข้าไปทำตลาดเพิ่มขึ้น ทั้งโฟร์โมสต์ หรือกระทั่งเอฟแอนด์เอ็นของกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ที่ต้องการเข้าไปชิงส่วนแบ่งตลาด 

รูรอฟส์ โยสเต็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รอยัล ฟรีสแลนด์คัมพิน่า เนเธอร์แลนด์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนมพร้อมดื่มโฟร์โมสต์ เปิดเผยว่า บริษัทแม่มีนโยบายวางให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตนมและผลิตภัณฑ์นม เพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน โดยวางเป้าหมาย 5 ปี รายได้จากการส่งออกจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากปีที่ผ่านมารายได้ส่งออกราว 2,300 ล้านบาท

เหตุผลที่บริษัทแม่ให้ความสำคัญกับการขยายตลาดอาเซียน มาจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งส่งผลดีต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมรวมทั้งหมดของอาเซียน รวมถึงอุตสาหกรรมนมที่มีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก

ทั้งนี้ พบว่ากลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (เมียนมา เวียดนาม ลาว กัมพูชา) เป็นประเทศที่นมพร้อมดื่มมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก หลังจากพบว่าพฤติกรรมการบริโภคส่วนใหญ่เป็นนมข้นหวาน นมข้นจืด ในขณะที่นมพร้อมดื่มอัตราการบริโภคยังน้อยมาก ยกเว้นเวียดนามที่นมพร้อมดื่มเป็นตลาดใหญ่มาก

สำหรับโครงสร้างของสินค้าของบริษัทมี 3 กลุ่ม ได้แก่ นมพร้อมดื่ม นมผงสำหรับเด็ก และนมปรุงแต่งข้นหวานและจืด โดยกลยุทธ์ตลาดนั้นจะบุกทำตลาดนมพร้อมดื่มในรูปแบบยูเอชที ซึ่งเกือบทุกประเทศโฟร์โมสต์เป็นผู้นำตลาด แต่เป้าหมายคือการเพิ่มความถี่การดื่มให้มากขึ้น

ขณะที่กลุ่มประเทศที่ตลาดนมพัฒนาไปแล้วในระดับหนึ่ง บริษัทจะสร้างเซ็กเมนต์ของนมให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น อย่างเช่นในฟิลิปปินส์ได้สร้างเซ็กเมนต์นมพร้อมดื่มสำหรับผู้สูงอายุแบรนด์อลาสก้า สำหรับในไทยนมสำหรับผู้สูงอายุคาดว่าเปิดตัวลงตลาดปีหน้า เพื่อรับกับสังคมผู้สูงอายุของไทย ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในไทยพร้อมพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

“การวางให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกอาเซียน เพราะไทยมีความพร้อมจากโรงงานมีกำลังผลิต 1,800 ล้านกล่อง/ปี ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเนเธอร์แลนด์ วางเป้าหมายภายใน 5 ปี ใช้งบลงทุนในไทยทั้งด้านโรงงาน การทำตลาด 5,000 ล้านบาท”

ในปีที่ผ่านมาโฟร์โมสต์มีรายได้ทั่วโลก 4.52 แสนล้านบาท เติบโต 6% โดยเอเชียสร้างรายได้ให้กับบริษัทสัดส่วน 40% และคาดว่าในอีก 5 ปี จะเพิ่มเป็นเกือบ 50% ขณะที่ในไทยโฟร์โมสต์มีส่วนแบ่ง 40% ในอีก 5 ปีข้างหน้า วางเป้าหมายมีส่วนแบ่งเกือบ 50%

มาร์โก้ เบอร์ทัคคา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) กล่าวว่า แม้ว่าเศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัว แต่นมเป็นผลิตภัณฑ์มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำให้การบริโภคยังคงมีอยู่ เพราะด้วยราคาก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยสภาพตลาดนมพร้อมดื่มในไทยมูลค่า 2-3 หมื่นล้านบาท ในช่วงที่ผ่านมามีอัตราเติบโต 4-5% สำหรับเป้าหมายในไทยตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% จากปีที่ผ่านมาราว 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งไทยสร้างรายได้เป็นอันดับสองในอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย

ด้าน ชัชวาลย์ มณีทัพ นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย กล่าวว่า คู่แข่งในตลาดนมพร้อมดื่มของไทยที่สำคัญ คือ เวียดนามซึ่งตลาดนมใหญ่มาก แต่นมไทยมีความได้เปรียบคือการผลิตน้ำนมดิบมีคุณภาพสูง สินค้าไทยที่เข้าไปทำตลาดต้องเจาะเซ็กเมนต์พรีเมียม ส่วนตลาดระดับแมสไม่สามารถแข่งขันกับนมเวียดนามได้ เพราะนมไทยมีต้นทุนการผลิตสูงกว่า จากราคาน้ำนมดิบ 19.50 บาท/ลิตร เมื่อเทียบกับเวียดนามอยู่ที่ 11 บาท/ลิตร

สำหรับปีนี้คาดว่าภาพรวมส่งออกนมไทยในอาเซียนเติบโต 5% แต่หากไทยสามารถเจาะตลาดอาเซียนได้ จะช่วยให้มูลค่าของอุตสาหกรรมนมไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงปีละ 10% นั่นคือเหตุผลที่ทำให้กลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี เข้าไปซื้อหุ้นในวีนามิลค์ 10% เพื่อปูทางสำหรับการทำตลาดผลิตภัณฑ์นมเอฟแอนด์เอ็น นมข้นหวานและจืดคาร์เนชัน เป็นต้น 

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่นมไทยเผชิญ คือการผลิตน้ำนมดิบได้อย่างจำกัด ทางสมาคมจึงเดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการผลิตนมดิบ การบริหารจัดการฟาร์มโคนม เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

สมรภูมินมพร้อมดื่มอาเซียนจากนี้ แข่งขันกันฝุ่นตลบอย่างแน่นอน จากกลุ่มดัชมิลล์ เอฟแอนด์เอ็น รวมทั้งโฟร์โมสต์ที่ต่างต้องการเข้าไปปักธง ขณะเดียวกันยักษ์ใหญ่อย่างวีนามิลค์ ก็กำลังรุกคืบเข้าไปสร้างโรงงานอังกอร์ แดรี่ แฟคทอรี่ ในเขมร เพื่อปลุกปั้นนมอังกอร์มิลค์ทำตลาดเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท