
ธปท.เกาะติดบาท ชี้แข็งค่าอันดับ3
ธปท.จับตาบาทแข็งหลังตลาดกลับทิศมองสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย ก.ย. ซีไอเอ็มบี ไทย ชี้ผู้ส่งออก-นำเข้าของไทยปรับตัวรับมือความผันผวนดีขึ้น
ธปท.จับตาบาทแข็งหลังตลาดกลับทิศมองสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย ก.ย. ซีไอเอ็มบี ไทย ชี้ผู้ส่งออก-นำเข้าของไทยปรับตัวรับมือความผันผวนดีขึ้น
นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ปรับตัวแข็งค่าอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ เงินบาทแข็งค่าเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาคที่ 0.7% รองจากริงกิตของมาเลเซียที่แข็งค่า 1.02% และรูเปียห์ของอินโดนีเซียที่แข็งค่า 1.2% ส่วนค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น 2%
“เงินบาทที่แข็งค่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค โดยเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลง มีปัจจัยหลักมาจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐออกมาไม่ดี ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า อาจมีผลต่อการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปเป็นเดือนก.ย. จากเดิมคาดว่าจะปรับขึ้นในเดือน มิ.ย.นี้ และเป็นวัฏจักรที่หมุนเวียนแบบนี้ตลอด 6 สัปดาห์ที่จะประชุมในแต่ละรอบ” นางจันทวรรณ กล่าว
สำหรับค่าเงินบาทปิดตลาดเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ปิดที่ระดับ 35.28/29 บาท/เหรียญสหรัฐ แข็งค่าจากระดับ 35.62 บาท/เหรียญสหรัฐ เมื่อวันศุกร์ที่ 3 มิ.ย.
นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า แม้ว่าสงครามค่าเงินที่แต่ละประเทศพยายามให้ค่าเงินในประเทศอ่อนค่าลง สร้างความผันผวนให้กับตลาดเงิน แต่ปรากฏว่า ในภูมิภาคนี้รวมทั้งผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และนักลงทุนในไทยเริ่มมีการปรับตัว และสร้างความอดทนต่อการรับมือค่าเงินที่ผันผวนได้ดีขึ้น เห็นได้จากความผันผวนของตลาดเงินที่ยังมีอยู่ แต่ไม่กระทบต่อค่าเงินบาทอย่างรุนแรงเหมือนช่วงก่อนหน้านี้
“นักลงทุน ทั้งผู้ส่งออกและผู้นำเข้าของไทยเริ่มปรับตัวได้ ทำให้ไม่น่าห่วงว่าไทยจะเกิดวิกฤตค่าเงินบาท เพราะเรามีบทเรียนในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และนักลงทุนมีการดูแลความเสี่ยงของตนเอง มีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น” นายอมรเทพ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อวานนี้เป็นเพียงการแข็งค่าระยะสั้น เป็นเรื่องชั่วคราว จากการคาดการณ์ว่าเฟดจะเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายออกไปในเดือน ก.ย. จากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มน้อยมาก ทำให้มีเงินไหลเข้ามาในไทยช่วงนี้ แต่สุดท้ายความผันผวนในตลาดการเงินโลกก็ยังดำรงต่อไป เพราะเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยเดือน มิ.ย.นี้ ก็ต้องขึ้นเดือน ก.ค.หรือ ก.ย.







