
หัวหน้ากับ ขัดแย้งภายใน
โดย...ทัธภร ธนาวริทธิ์
โดย...ทัธภร ธนาวริทธิ์
การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต่างกัน มีวัตถุประสงค์การทำงานที่ต่างกัน บ่อยครั้งที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจกัน และก็เป็นเรื่องแปลกมากที่หน่วยงานต่างๆ นั้นก็ไม่ค่อยคุยกัน ถึงแม้จะมีการคุยกันอย่างเป็นทางการตามวาระการประชุม แต่ความจริงที่เกิดขึ้น หรือความคับข้องใจของแต่ละหน่วยงานกลับไม่ได้ถูกหยิบยกมาหารือ ทั้งๆ ที่ต้องทำงานร่วมกันอยู่เป็นประจำ แต่กลับไม่มีการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน
บางครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงานระหว่างกันนั้น เกิดมาจากความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เกิดจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องเข้าไปเคลียร์ (ประเด็นที่ดูไร้สาระมากๆ ที่เคยเจอ เช่น การเขียนอีเมลที่พิมพ์ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดกลายเป็นเรื่องผิดใจกันใหญ่โต) เมื่อปล่อยให้ปัญหาเรื้อรัง แทนที่หัวหน้าแต่ละฝ่ายงานจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยแต่กลับเพิกเฉย หรือยิ่งผสมโรงใส่อารมณ์กับปัญหาที่เกิดขึ้น สุดท้ายผู้บริหารก็ต้องมานั่งแก้ไขเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ควรคุยกันจบระหว่างหัวหน้า เมื่อปัญหาแก้ไขไปแล้ว แต่อารมณ์ความรู้สึกที่สะสมมาเป็นเวลานาน ก็ยากที่จะทำให้กลับมาเหมือนเดิม ยากที่จะกลับมามีความสามัคคีรักกันเหมือนเดิม
ถึงแม้บางคนจะบอกตัวเองและคนอื่นๆ ว่าเขาทำงานแบบ Professional ไม่เอาเรื่องในอดีตที่ผ่านมาเข้ามาปะปนในการทำงาน แต่เชื่อเถอะอย่างน้อยจะมีความรู้สึกตะขิดตะขวงใจหลงเหลืออยู่ แม้กับตัวเราเองหากลองถามใจดูว่าความรู้สึกเราเต็มที่หรือยัง เช่น ให้ความช่วยเหลือแต่ไม่สุด ไม่เต็มที่ 100% อะไรก็ตามที่กระทบไปถึงความรู้สึกจะต้องใช้เวลาในการสร้าง (กลับมาอีกครั้ง) ถึงแม้การทำลายจะเกิดจากเหตุการณ์เพียงไม่กี่วินาที
ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุขัดแย้งระหว่างกันขึ้น หัวหน้ามีหน้าที่ต้องไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างกันให้รวดเร็วที่สุด ต้องรีบพูดคุย ทำความเข้าใจกับอีกฝ่าย บนหลักการและเหตุผลร่วมกัน โดยสิ่งที่จะทำให้หัวหน้างานสามารถแก้ปัญหาหน่วยงานได้มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงไหน คือ ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างกัน (ความสนิทสนม ความเป็นเพื่อน) องค์กรที่พนักงานระหว่างหน่วยงานสนิทกันจะมีปัญหาความขัดแย้งที่น้อยกว่าองค์กรอื่น ถึงแม้ว่าวัตถุประสงค์ในการทำงานของหน่วยงานจะแตกต่างกันก็ตาม
นอกจากนี้ ตัวหัวหน้าเองต้องมีวุฒิภาวะ ต้องมีความฉลาดทางอารมณ์ ไม่มีการถือตัว(อีโก้ ตัวตน) ยอมรับผิดในสิ่งที่ตนทำผิดได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่จะสามารถคาดเดาได้ว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่ หรือจะยิ่งลุกลามใหญ่โต นอกจากนี้การแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ จะต้องอยู่บนหลักความยุติธรรม มีหลักการ และเหตุผลรองรับ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าการแก้ปัญหานั้นจะยั่งยืนหรือไม่







