posttoday
'ฮุนได'หวังโตสวนศก.

'ฮุนได'หวังโตสวนศก.

07 มิถุนายน 2559

ฮุนไดตั้งเป้าปี 2559 โตสวนตลาด ชี้กลุ่มเอ็มพีวียังมีกำลังซื้อ เตรียมเปิดตัวอีก 1 รุ่นใหม่ดันยอดปลายปี

ฮุนไดตั้งเป้าปี 2559 โตสวนตลาด ชี้กลุ่มเอ็มพีวียังมีกำลังซื้อ เตรียมเปิดตัวอีก 1 รุ่นใหม่ดันยอดปลายปี

นายโยชิกาซึ โคนิชิ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า ปี 2559 บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ 4,300 คัน เติบโตขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขายอยู่ที่ 4,200 คัน โดยกว่า 70% เป็นยอดขายในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง (เอ็มพีวี) ในรุ่นฮุนได เอช-วัน ส่วนฮุนได แกรนด์สตาร์เร็กซ์ และฮุนได เอลันตร้า มีสัดส่วนประมาณ 15% เท่ากัน

สำหรับยอดขายรวมใน 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) อยู่ที่ 1,000 คัน ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนจากปัจจัยการเปลี่ยนรุ่นใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ฮุนได เอช-วัน และฮุนได แกรนด์สตาร์เร็กซ์ รวมถึงการที่ช่วงปลายปีก่อนมียอดส่งมอบจำนวนมากส่งผลต่อเนื่องให้สินค้าขาดสต๊อกในช่วงต้นปีบ้าง ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์เกินคาดการณ์ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยทางด้านภาษีช่วงปลายปีก่อน

ทั้งนี้ ตลาดรถเอ็มพีวีขนาดใหญ่ที่มีจำนวนอยู่ที่ 5,000-6,000 คัน/ปี ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว จึงคาดว่าจะสามารถเติบโตบรรลุเป้าหมายได้ ซึ่งบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดในช่วง 4 เดือนแรกอยู่ที่ 70% และทั้งปี 2559 บริษัทคาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 60% จากปีก่อนอยู่ที่ 52% จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท ซึ่งในตลาดดังกล่าวนี้มีปริมาณผู้เล่นไม่มากซึ่งบริษัทถือได้ว่ามีความได้เปรียบ

นอกจากนี้ มองว่าถึงแม้กลุ่มผู้บริโภคจะไม่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจมากนัก แต่อารมณ์ในการใช้จ่ายและการตัดสินใจซื้ออาจชะลอไปบ้างจากบรรยากาศโดยรวมที่ไม่ดีนัก ซึ่งถือได้ว่าอาจเป็นช่วงตลาดขาลงซึ่งรัฐบาลอาจจะออกมาตรการอะไรบางอย่างในการกระตุ้นกำลังซื้อให้ฟื้นตัวและต้องมีความต่อเนื่องเพื่อให้เห็นผลชัดเจน

ขณะที่ ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัว ฮุนได เอช-วัน ในรุ่นทัวริ่ง ซึ่งคาดว่าจะสามารถชิงกลุ่มลูกค้ามาจากกลุ่มรถกระบะดัดแปลง (พีพีวี) โดยใช้กลยุทธ์ด้านราคาและความคุ้มค่าที่ตั้งราคาอยู่ที่ 1.28 ล้านบาท เนื่องจากเป็นลูกค้ากลุ่มเดียวกันและมีพฤติกรรมใกล้เคียงกัน

นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 4/2559 มีแผนเปิดตัวรถใหม่อีก 1 รุ่น หลังจากเปิดตัวไปแล้ว 2 รุ่นนับตั้งแต่ต้นปี และบริษัทยังมีแผนการทำตลาดรถยนต์ในกลุ่มอื่นนอกเหนือจากกลุ่มรถเอ็มพีวี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาการทำตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกในประเทศไทย จากที่ผ่านมาบริษัทเน้นการทำการตลาดในกลุ่มเอ็มพีวีเป็นหลัก ซึ่งหลังจากนี้ทิศทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงไป

สำหรับโอกาสของประเทศไทยในการที่จะมีโรงงานผลิตรถยนต์ฮุนไดมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนปัจจุบันมียอดขายอยู่ที่ 4-5 หมื่นคัน/ปี หากมียอดขายในระดับ 1 แสนคัน/ปี จะเริ่มมีความคุ้มทุนในการผลิตในภูมิภาค จากนั้นจะต้องพิจารณารายการลงทุนในแต่ละรุ่นตามความนิยมของแต่ละประเทศ

“ปัจจุบันฮุนไดมีโรงงานผลิตอยู่ในประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งแต่ละประเทศมียอดขายในระดับ 2 หมื่นคัน/ปี โดยเฉพาะในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซียถือเป็นแบรนด์เบอร์ 2 ของตลาดทั้งสองประเทศ ซึ่งการนำเข้ารถยนต์จากประเทศที่มีอัตราภาษีที่สูงอยู่ยังไม่เกิดประโยชน์จากการรวมกลุ่มของประเทศในภูมิภาคอาเซียน การตั้งโรงงานผลิตเองจึงมีโอกาสมากกว่า โดยประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพและมีโอกาสในความเป็นไปได้หากมีการลงทุนเกิดขึ้น” นายโคนิชิ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท