posttoday
ค่าบาทพุ่งพรวดส่อแววแข็งโป๊ก

ค่าบาทพุ่งพรวดส่อแววแข็งโป๊ก

10 สิงหาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — ธปท.ปวดหัว เงินบาทแข็งค่าเร็ว แต่ยังมั่นใจส่งออกไม่กระทบค่าเงินประเทศคู่แข่งก็แข็งค่า

นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) ยอมรับว่า ค่าเงินบาทในช่วงนี้ค่อนข้างแข็งค่าขึ้นเร็วไป สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็วเป็นผลมาจากเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงมาก จากภาวะที่นักลงทุนมีความกังวลกับเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่กลับมาอีกระลอก หลังจากที่ประกาศตัวเลขการจ้างงานออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ภาวะดังกล่าวอาจจะมีผลให้เกิดการเก็งกำไรได้ เพราะถึงที่สุดแล้วที่ไหนดีหรือมีโอกาสปรับตัวดีขึ้น ย่อมมีการไหลเข้ามาของเงินทุนเพื่อเก็งกำไรด้วย แต่ยังไม่น่าห่วง เนื่องจากไทยมีเงินทุนไหลเข้าและไหลออกไปลงทุนค่อนข้างสมดุล

“เงินบาทเราตอนนี้แข็งค่าเร็วไปหน่อย ซึ่ง ธปท. เราจะเข้าไปดูถ้าจำเป็น เพื่อไม่ให้ค่าเงินบาทมันผันผวนเกินไป แต่เท่าที่ติดตามดูมองว่าภาคเอกชนไทยได้ปรับตัวยืดหยุ่นกับปัญหาไปแล้วระดับหนึ่ง ทำให้ไม่กระทบภาคส่งออกมากนัก แต่แน่นอนในแง่เม็ดเงินที่ได้อาจจะน้อยลงบ้าง” นางสุชาดา กล่าว

สำหรับสำหรับสาเหตุการแข็งค่าของเงินบาท ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเงินแหรียญสหรัฐอ่อนค่า และส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่นักลงทุนมีมุมมองด้านบวกต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียมากไป หรืออาจจะเป็นเพราะมองภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐแย่เกินไป ทำให้ปัจจัยมันเปลี่ยนเร็ว รวมถึงในอีกแง่หนึ่ง ก็เหมือนนักลงทุนจะเริ่มหันกลับมากังวลกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจสหรัฐอีกรอบ มากกว่าจะไปกังวลปัญหาในยุโรปด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามข้อมูลเหล่านี้ตลาดรับรู้และมีผลต่อราคาการซื้อขายค่าเงินไปก่อนหน้านี้แล้ว

ส่วนผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกที่จะมีต่อเศรษฐกิจไทยนั้น ธปท.มองว่าหากเศรษฐกิจสหรัฐหรือเศรษฐกิจโลกยังแย่อยู่ ก็เป็นเรื่องยากที่เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียจะดีได้เพียงภูมิภาคเดียว เพราะภูมิภาคเอเชียรวมทั้งไทยเป็นประเทศที่เติบโตด้วยการส่งออกเป็นสำคัญ ฉะนั้นการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียและไทยยังจำเป็นต้องพึ่งพาเศรษฐกิจโลก

นางสุชาดา กล่าวว่า ในภาวะที่เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น หากภาคเอกชนมั่นใจว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ขยายตัวได้ ก็น่าจะใช้โอกาสนี้ในช่วงที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นเร่งการนำเข้า เพื่อให้ได้ประโยชน์ในช่วงที่เงินบาทแข็งค่า ทั้งนี้การแข็งค่าของเงินบาทไม่ทำให้ไทยเสียเปรียบประเทศคู่ค้าและคู่แข่งในภูมิภาคแต่อย่างใด เนื่องจากแนวโน้มสกุลเงินในภูมิภาคนี้ปรับแข็งค่าขึ้นในลักษณะคล้ายๆ กันกับเงินบาท ทำให้การตั้งราคาขายสินค้าแพงขึ้นไม่ต่างกัน ทำให้ภาคส่งออกไทยยังแข่งขันได้ ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แม้ว่าในแง่ของรายได้ที่รับเป็นเงินบาทจะลดลงบ้าง

ทั้งนี้ สาเหตุที่ธปท.มองว่าการแข็งค่าของเงินบาทกระทบภาคส่งออกไม่มากเนื่องจากภาคเอกชนมีการปรับตัวค่อนข้างดี มีการซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทในการซื้อและขายไว้ล่วงหน้า ทำให้รายได้ในรูปเงินบาทที่จะได้กลับมาลดลงไม่มากนัก

“สแตนชาร์ด” คาดสิ้นปีบาทแข็ง 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ปีหน้าหลุด 31 บาท อยู่ที่ 30.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เศรษฐกิจสหรัฐกลับมาชะลออีก

น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐ ศาสตร์อาวุโส ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องจนถึงปลายปีหน้า โดยปลายปีนี้มองเงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนแข็งค่าขึ้นอีกไปอยู่ที่ 30.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐในครึ่งปีแรก 2554 และอยู่ที่ 30.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐในครึ่งปีหลังปีหน้า เท่ากับปีหน้าจะเห็นเงินบาทแข็งค่าหลุด 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

น.ส.อุสรา กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง เกิดจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐที่ไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง และจะเห็นการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ หรือไม่ก็ไตรมาสแรกปีหน้า โดยรัฐบาลอาจเข้าซื้อสินทรัพย์รอบสองเพื่อพยุงเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกันคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง และอาจไม่เห็นเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยไปจนถึงปี 2555 เพราะเศรษฐกิจสหรัฐยังมีแนวโน้มชะลอตัวลง ซึ่งจะทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่ามากขึ้น ขณะที่ประเทศในเอเชียต่างทยอยปรับดอกเบี้ยขึ้น รวมทั้งประเทศไทย ก็จะยิ่งทำให้เงินไหลเข้ามาในเอเชีย ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียจะแข็งค่าขึ้น เงินจากต่างประเทศจะไหลเข้าเอเชียต่อเนื่อง และอาจเห็นแครีเทรดกลับมา ขณะนี้ผู้ส่งออกควรป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงิน เพราะไม่ว่าจะช้าหรือเร็วมีความเป็นไปได้สูงที่เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นอีก

นักค้าเงินจากธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เงินบาทปิดที่ระดับ 31.93 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากเปิดตลาด 31.32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือเป็นการเปิดตลาดกระโดดจากการปิดตลาดวันที่ 6 ส.ค. ซึ่งเงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.04 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยระหว่างวันเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ขึ้นไปทดสอบแข็งค่าสุด 31.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นเป็นการแข็งค่ามากสุดตั้งแต่เดือนพ.ค. 2551

สาเหตุที่เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง เกิดจากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐที่ออกมาล่าสุดในวันที่ 6 ส.ค. ยังอ่อนแอ และจะยังเป็นปัจจัยถ่วงการขยายตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภคสหรัฐในระยะถัดไป โดยอัตราการว่างงานยังคงมีระดับสูงที่ 9.5% ในเดือน ก.ค. ขณะที่การจ้างงานปรับลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน หลังผลบวกระยะสั้นจากการจ้างงานเพื่อสำรวจสำมะโนประชากรของภาครัฐหมดลง ซึ่งอัตราการว่างงานในเดือน ก.ค. ปรับตัวลดลงมากกว่าที่คาดไว้ 2 เท่า

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล