posttoday
เมื่อผมเป็นนักเรียนกฎหมายและนักกฎหมายธุรกิจ

เมื่อผมเป็นนักเรียนกฎหมายและนักกฎหมายธุรกิจ

10 สิงหาคม 2553

.....กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

สัปดาห์ที่แล้ว ผมเล่าประสบการณ์การเป็นนักกฎหมายนับตั้งแต่การเริ่มเรียนกฎหมายและทำงานด้านกฎหมายมากว่า 30 ปี ว่า ควรมีองค์ประกอบอะไรและควรปฏิบัติตัวอย่างไร โดยแบ่งเป็น 10 หัวข้อ ผมเริ่มข้อที่ 1.คือต้องมีแรงบันดาลใจไปแล้ว วันนี้มาว่ากันต่อเลยครับ

2.นิสัยรักการอ่าน

คนที่เรียนกฎหมายนั้นจะต้องเป็นคนที่รักการอ่านหนังสือ เมื่อรักการอ่านก็ย่อมจะเข้าใจเรื่องที่อ่านโดยไม่ต้องท่องจำและไม่ใช่การอ่านเฉพาะหนังสือกฎหมายเท่านั้น แต่ต้องมีความสนใจในเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ สังคม ฯลฯ การเรียนกฎหมายนั้นไม่ได้หมายถึงการท่องจำอย่างเดียว ความรู้จากการอ่านมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้นักกฎหมายสามารถพัฒนาความสามารถไม่ว่าจะเป็นการสอบชิงทุน การสอบรับราชการ การสอบเข้าทำงานเมื่ออ่านและเข้าใจ การเรียนกฎหมายก็ต้องใช้ความจำบ้าง แต่ไม่ถึงขนาดท่องจำครับ เพราะหากอ่านและสนใจด้วยความสนุก มันก็จะจำได้เองเพราะการเรียนกฎหมายจะมีกรณีศึกษามากทำให้น่าสนใจ

3.การวิเคราะห์/การนำเสนอ

เมื่อมีใจรักการอ่านหนังสือจนเข้าใจได้ดีแล้ว เมื่อไปปฏิบัติงานก็จะต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ ย่อ สรุปความสำคัญ ประเด็นของกฎหมายได้เป็นอย่างดีและต้องพัฒนาการนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการเขียน การพูด หรือการแสดงความเห็น และเมื่อเข้าใจปัญหา การวิเคราะห์ก็ย่อมจะสามารถเสนอแนะทางออกและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ หากท่านรู้จักวิเคราะห์ตอนเรียน เมื่อทำงานก็จะช่วยได้มาก เมื่อสามารถวิเคราะห์หาเหตุผลประเด็นกฎหมายก็จะเสนอทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่ออ่านคำบรรยายหรือคำพิพากษาซึ่งเป็นกรณีศึกษา ท่านก็ต้องรู้ว่าคำพิพากษาเหล่านั้นมีเหตุผลอย่างไรและท่านเห็นด้วยหรือไม่เพราะเหตุใด การคิดวิเคราะห์อยู่เสมอก็มักจะหาทางออกให้กับปัญหาได้เสมอ ซึ่งนั่นคือกุญแจแห่งความสำเร็จประการหนึ่ง โดยเฉพาะนักกฎหมายธุรกิจที่ควรจะแก้ไขปัญหาให้ได้โดยมีทางเลือกให้ลูกความ

4.สนใจศึกษาวิชาอื่น ไม่ใช่แค่วิชากฎหมาย

ผู้ที่จะเป็นนักกฎหมายหากศึกษากฎหมายแต่เพียงมุมเดียวโดยไม่มีความรู้วิชาอื่นที่เกี่ยวข้องก็คงจะทำให้ท่านประสบความสำเร็จได้ยาก เพราะฉะนั้นการมีความรู้สหวิทยาการ ไม่ว่าทางสังคม เศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ จะมีความสัมพันธ์กันอย่างมาก การมีความรู้ในหลายแขนงก็จะทำให้การเรียนกฎหมายและการทำงานมีความสนุกแล้วก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานได้ดี เพราะการทำงานต้องเกี่ยวข้องหลายฝ่ายโดยเฉพาะด้านกฎหมายธุรกิจ ดังนั้น คนที่จบปริญญาตรีจากสาขาอื่นแล้ว มาเรียนกฎหมายในภายหลังก็ประยุกต์ใช้กฎหมายได้ดี แต่ต้องฝึกความแหลมคมในการวิเคราะห์ประเด็นข้อกฎหมายด้วย ส่วนผู้ที่ไม่จบปริญญาตรีสาขาอื่น หากต้องการมีความรู้เพิ่มเติม ก็ต้องหมั่นขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมจากการอ่าน การอบรมสัมมนา ก็จะช่วยได้มาก

5.มีจิตสำนึกสาธารณะและยกย่องความยุติธรรมเข้าใจคุณค่าคุณธรรมและจริยธรรม

นักกฎหมายต้องมีจิตสำนึกสาธารณะคิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นใหญ่และต้องยกย่องความยุติธรรมและต้องแสดงออกไม่เห็นด้วยกับความไม่ชอบธรรมที่เกิดขึ้น ผู้ที่เป็นนักกฎหมายต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเที่ยงตรง ไม่เอาเปรียบ กฎหมายจะต้องเป็นประโยชน์และเป็นธรรมต่อส่วนรวม และนักกฎหมายจะต้องไม่หาช่องว่างทางกฎหมายเพื่อเอาเปรียบสังคมหรือประชาชน การที่นักกฎหมายขาดคุณธรรมและจริยธรรมนี้เป็นปัญหาหลักในวิชาชีพปัจจุบันที่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว สถาบันการศึกษา และองค์กรวิชาชีพ ต้องช่วยกันให้บุคลากรมีความเข้าใจและปฏิบัติตามหลักการนี้อย่างเคร่งครัดและปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างด้วย

6.ติดตามความเปลี่ยนแปลงของสังคมและกฎหมายและมีส่วนร่วมในการนำเสนอสิ่งใหม่

กฎหมายเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้เป็นนักกฎหมายจะต้องรู้ความสนใจติดตามความเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่มีความเชื่อมโยง กฎหมายต้องสอดคล้องกับสิ่งใหม่ๆ ดังนั้น นักกฎหมายควรมีส่วนร่วมในการเสนอแนะกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมหรือส่งเสริมให้มีกฎหมายอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมซึ่งการติดตามความเปลี่ยนแปลงและเสนอสิ่งใหม่ๆ ต้องมาจากองค์ความรู้ทางวิชาการที่เพียงพอจากการปฏิบัติตามข้อ 24 ข้างต้น

สัปดาห์หน้ามาว่ากันต่อครับ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี