
ขายซองรถไฟฟ้า3สาย
รฟม.เตรียมเปิดขายซองประมูลโครงการรถไฟฟ้า 3 เส้นทาง มูลค่า 2 แสนล้าน ภายในเดือน มิ.ย.
รฟม.เตรียมเปิดขายซองประมูลโครงการรถไฟฟ้า 3 เส้นทาง มูลค่า 2 แสนล้าน ภายในเดือน มิ.ย.
นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ภายในเดือน มิ.ย.นี้ รฟม.คาดว่าจะสามารถเปิดขายซองประมูลโครงการรถไฟฟ้าที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติก่อนหน้านี้ได้ทั้ง 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ระยะทาง 21 กิโลเมตร (กม.) จำนวน 17 สถานี วงเงิน 1.1 แสนล้านบาท 2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กม. จำนวน 30 สถานี วงเงิน 5.66 หมื่นล้านบาท และ 3.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 29.2 กม. จำนวน 23 สถานี วงเงิน 5.46 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าแหล่งเงินค่าก่อสร้างงานโยธา 8.29 หมื่นล้านบาท จะใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศหรือจะใช้แหล่งเงินกู้จากต่างประเทศ หากได้ข้อสรุปว่าจะเป็นการใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศ รฟม.จะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการ รฟม.ที่มี พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานบอร์ด รฟม.พิจารณาอนุมัติ จากนั้นจะประกาศทีโออาร์และเปิดขายซองได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมทุนตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ปี 2556 ได้พิจารณากำหนดรูปแบบการร่วมลงทุนใกล้เสร็จแล้ว ขณะที่สำนักงานอัยการสูงสุดอยู่ระหว่างตรวจสอบสัญญาหลักที่จะแนบไปกับร่างทีโออาร์ทั้งสองโครงการ หากกระบวนการต่างๆ แล้วเสร็จ คาดว่าจะประกาศทีโออาร์และเปิดขายซองได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ โดยจะให้เอกชนผู้สนใจยื่นซองกลับมาในเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ และจะได้เอกชนเข้ามาดำเนินการทั้งสองโครงการภายในปีนี้
“ในช่วงที่ผ่านมาคณะกรรมการมาตรา 35 ได้ประชุมและพิจารณากำหนดกรอบการลงทุนไปแล้วหลายครั้ง ทั้งในเรื่องหลักเกณฑ์การลงทุนโครงการ แนวทางการว่าจ้างเอกชนเข้ามาลงทุนที่จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเรื่องเงินลงทุนและเทคโนโลยี ตลอดจนการกำหนดปริมาณผู้โดยสารที่มาใช้บริการรถไฟฟ้าในอัตราที่สูงสุด เป็นต้น ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้” นายธีรพันธ์ กล่าว
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในการประชุม ครม.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณากำหนดมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าภายในประเทศ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2560







