posttoday
เวนดิ้งฯบุกตู้เติมเงิน

เวนดิ้งฯบุกตู้เติมเงิน

06 มิถุนายน 2559

เวนดิ้งฯ ชิงผู้นำธุรกิจตู้เติมเงินออนไลน์ เร่งเจรจาแบงก์ชาติเพิ่มทำธุรกรรมโอนเงิน ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ 5 หมื่นตู้

เวนดิ้งฯ ชิงผู้นำธุรกิจตู้เติมเงินออนไลน์ เร่งเจรจาแบงก์ชาติเพิ่มทำธุรกรรมโอนเงิน ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ 5 หมื่นตู้

นายชูเกียรติ รุจนพรพจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวนดิ้ง คอร์ปอเรชั่น ในเครือบริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ ผู้จัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์เอเจ เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวธุรกิจตู้เอเจเติมสบายอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือน ต.ค. 2558 ที่ให้บริการรับชำระการซื้อสินค้าและบริการในช่องทางออนไลน์ อาทิ เติมเงินมือถือทุกระบบ ชำระค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิต เติมเงินเกมออนไลน์ รวมถึงการซื้อประกันภัย และบริการดูดวง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่ออนุมัติให้สามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านตู้เติมเงินได้มากขึ้น เช่น ให้ตู้เติมเงินสามารถโอนเงินระหว่างกันได้ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา เช่น การโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้รับอีกฝ่าย เป็นต้น

“ธุรกิจตู้เติมเงินเป็นอีกหนึ่งช่องทางธุรกิจที่มีอนาคต ยิ่งหากมีการเพิ่มช่องทางการทำธุรกรรมให้มีความหลากหลายมากขึ้น ก็จะเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขัน ทำให้คนที่ต้องโอนเงินซึ่งอาจจะไม่ใช่เงินในจำนวนมากผ่านตู้เติมเงินสามารถทำได้ โดยไม่ต้องไปพึ่งเฉพาะตู้เอทีเอ็ม ตู้เอดีเอ็ม หรือการทำธุรกรรมออนไลน์ ทำให้คนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลในต่างจังหวัดสามารถทำได้ง่าย”

ปัจจุบันธุรกิจตู้เติมเงินออนไลน์เป็นธุรกิจเดียวที่มีเฉพาะในประเทศไทย โดยมีบุญเติมเป็นผู้นำอันดับ 1 มีจำนวน 7.3 หมื่นตู้ทั่วประเทศ อันดับ 2 ซิงเกอร์ มีอยู่ประมาณ 5 หมื่นตู้ และอันดับ 3 เอเจ มีจำนวนตู้ที่ให้บริการ 1.25 หมื่นตู้ โดยตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปีนี้ถึงต้นปี 2559 บริษัทจะสามารถขึ้นเป็นอันดับ 2 ของธุรกิจได้ เนื่องจากมีอนาคตที่ค่อนข้างดี เห็นได้จากกลุ่มผู้บริโภคหรือเจ้าของธุรกิจขยายเล็กเห็นโอกาสทางการลงทุน โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้น 4.26 หมื่นบาท ผ่อนดาวน์เริ่มต้นเดือนละ 2,900 บาท ซึ่งหากอยู่ในทำเลที่ตั้งดีจะใช้เวลาคืนทุนประมาณ 4-5 เดือน

“ที่ผ่านมาบริษัทใช้กลยุทธ์แบบป่าล้อมเมืองที่ไปเปิดตลาดในต่างจังหวัดที่นิยมทำธุรกิจนี้ ซึ่งมีมากถึง 90% กรุงเทพฯ เพียง 10% แต่คาดว่าภายใน 1 ปี จะสามารถขยายตลาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพิ่มขึ้นได้เป็น 15-18% เนื่องจากเห็นความนิยมตู้เติมเงินที่มีมากขึ้น เช่น ในโรงพยาบาลของรัฐ โรงเรียนมัธยม และบริเวณแหล่งพักอาศัยใกล้กับนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งบริษัทให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 9.7-13% ของมูลค่าการเติมเงิน แต่ต้องพิจารณาว่าค่าเช่าตู้เติมเงินเป็นเท่าใด เนื่องจากส่วนใหญ่จะมีราคาตู้ที่สูงกว่าอยู่ที่ 4.5-6 หมื่นบาท/ตู้ทำให้ใช้เวลาคืนทุนนานกว่า”

นายชูเกียรติ กล่าวว่า การเติมเงินผ่านระบบพรีเพดในปัจจุบันมีมูลค่า 1.3 แสนบาท/ปี ซึ่งถือเป็นช่องทางการทำธุรกิจที่ปลอดภัยและไม่มีหนี้สูญในอุตสาหกรรม และความต้องการใช้งานนั้นยังมีสูงเนื่องจากเทรนด์ความต้องการใช้โทรศัพท์มือถือมีเพิ่มมากขึ้นและส่วนใหญ่ใช้โทรศัพท์มากกว่าหนึ่งเครื่อง โดยพฤติกรรมการเติมเงินนั้น  60% ใช้เพื่อการเติมเงินมือถือ อีก 40% เติมเพื่อชำระค่าบริการต่างๆ เช่นค่าสาธารณูปโภค การเติมเงินเพื่อชำระค่าเกมออนไลน์ เป็นต้น

ขณะเดียวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อจะขยายตลาดในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ที่ผ่านมาได้พัฒนาตู้เติมเงินให้สามารถรองรับการใช้งานได้ 5 ภาษาได้แก่ ไทย อังกฤษ เมียนมา มลายู และกัมพูชา

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาทางกลุ่มบริษัทได้เข้าไปเป็นพันธมิตรกับทางอาลีบาบา เว็บไซต์สัญชาติจีนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับอย่างมากสำหรับโรงงานในประเทศจีนที่ต้องการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ ซึ่งเร็วๆ นี้จะเริ่มทำกิจกรรมร่วมกัน

สำหรับภาพรวมธุรกิจซึ่งรวมบริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ ในช่วงไตรมาสแรกเติบโตได้ 8% เนื่องจากมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ คือ ลำโพง ระดับราคา 1,500-2,000 บาท และมีการทำตลาดเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ราคา 1.5 หมื่นบาท ซึ่งตลาดให้การตอบรับที่ดี จึงส่งผลให้ภาพรวมเติบโตขึ้นค่อนข้างมาก

“ปกติคนทั่วไปจะรู้จักแบรนด์เอจีในฐานะเป็นผู้ทำตลาดเครื่องเล่นดีวีดีราคา 800-900 บาท และในปีนี้บริษัทได้หยุดทำตลาดกล้องเซตท็อปบ็อกซ์แล้ว  ปัจจุบันสินค้าทั้งหมดเป็นแบรนด์คนไทย แต่มีการจ้างผลิตในรูปแบบโออีเอ็มจากประเทศจีน ขณะที่ตู้เติมเงินจะจ้างผลิตเป็นชิ้นส่วนและนำเข้ามาประกอบในประเทศไทย” นายชูเกียรติ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท