posttoday
‘ซีฟโก้’ยันเอกชนยังลงทุน

‘ซีฟโก้’ยันเอกชนยังลงทุน

03 มิถุนายน 2559

“SEAFCO” มองสัญญาณการลงทุนเอกชนยังดี เตรียมเพิ่มเป้ารายได้หลังไตรมาส 2 จบ ได้อานิสงส์จิระ-ขอนแก่นหนุนวางอนาคตร่วมทุน-ตั้งสาขาหลังใช้เครื่องจักรจบ

“SEAFCO” มองสัญญาณการลงทุนเอกชนยังดี เตรียมเพิ่มเป้ารายได้หลังไตรมาส 2 จบ ได้อานิสงส์จิระ-ขอนแก่นหนุนวางอนาคตร่วมทุน-ตั้งสาขาหลังใช้เครื่องจักรจบ

นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) เปิดเผยว่า ตอนนี้ยังเห็นสัญญาณการลงทุนของภาคเอกชนดีอยู่ เนื่องจากยังมีโครงการที่บริษัทเตรียมงานประมูลอยู่อีก 50 โครงการ มูลค่าประมาณ 2,660 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารสูงขนาดกลางและใหญ่จากภาคเอกชน จากทั้งปีคาดว่าจะเข้าประมูลทั้งหมด 75 โครงการ โดยใช้งบประมาณทั้งหมด 3,498 ล้านบาท

ทั้งนี้ต้นปีบริษัทประมูลงานมาได้แล้ว 12 โครงการ หรือ 315 ล้านบาท ซึ่งงานส่วนใหญ่ยังคิดเป็นงานเอกชน 80% และงานภาครัฐ 20% โดยยังไม่รวมโครงการงานลงทุนภาครัฐที่บริษัทได้รับงานต่อจากบริษัท ช.การช่าง (CK) จากโครงการเจาะเสาเข็มสะพานข้ามทางรถไฟทางคู่จิระ-ขอนแก่น

“ภาคเอกชนยังมีการลงทุนเนื่อง เพราะปกติงานของ SEAFCO เป็นงานต้นน้ำซึ่งถ้าเจอช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 งานต้นน้ำบริษัทจะไม่มีงานเลยต้องไปเคาะถามผู้ก่อสร้างงานว่ามีงานหรือไม่ จากนั้นก็เกิดวิกฤต แต่ปัจจุบันมองว่าเป็นเพียงวงจรขาขึ้นหรือขาลงปกติที่จะมีบางช่วงที่งานน้อยลง บางช่วงงานก็เพิ่มขึ้น ซึ่งถือว่ายังไม่มีสัญญาณอะไรที่เลวร้าย และมองว่าภาครัฐจะเริ่มมีการประมูลทางรถไฟฟ้าอีก 2-3 สาย” นายณรงค์ กล่าว

ผลจากการรับงานเจาะเสาเข็มของ CK ส่งผลให้บริษัทเตรียมเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้ หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตกว่าเป้าหมายที่เดิมคาดว่ารายได้ปีนี้จะมากกว่า 2,000 ล้านบาท หรือเติบโตมากว่าปีก่อน 10% ที่มีรายได้ 1,800 ล้านบาท อีกทั้งมองแนวโน้มรายได้ไตรมาส 2 จะดีกว่างวดเดียวกันของปีก่อน เพราะปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (แบ็กล็อก) เกือบ 800 ล้านบาท ส่วนใหญ่รับรู้รายได้ในปีนี้ทั้งหมด ขณะที่งานในประเทศในช่วงครึ่งปีหลังเป็นงานก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส 2 ซึ่งมีมูลค่าโครงการสูง

บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการรถไฟทางคู่จิระ-ขอนแก่นเข้ามาบางส่วน เพราะได้สั่งเครื่องจักรเจาะเสาเข็มมาใหม่แล้วกว่า 10 เครื่อง มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท บริษัทคาดว่าจะรับงานได้ 300-400 ล้านบาท จากมูลค่างานโครงการประเภทเจาะเสาเข็มทั้งหมด 1,000 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทไม่สามารถรับได้เต็มมูลค่าและน่าจะมีการกระจายงานให้รายอื่นด้วย เนื่องจากมีการก่อสร้างในเส้นทางที่
ยาวด้วย

นายณรงค์ กล่าวว่า โครงการจิระ-ขอนแก่นที่ถือเป็นโอกาสในอนาคตอีก 1 ปีข้างหน้าหลังทำโครงการนี้เสร็จ บริษัทอาจมีการร่วมทุนกับบริษัทพันธมิตรในต่างจังหวัด หรือมีการจัดตั้งสาขา 2-3 แห่ง เพราะเห็นโอกาสที่ความต้องการในการก่อสร้างหรือใช้เสาเข็มจะเกิดขึ้นหลังทางรถไฟทางคู่เสร็จ และเป็นการรองรับการขยายของบริษัทที่มีการสั่งเครื่องจักรเจาะเสาเข็มมาใหม่แล้ว

นอกจากนั้น บริษัทยังรอผลประมูลงานในประเทศเมียนมา มูลค่า 200 ล้านบาท เป็นงานเสาเข็มเจาะและงานกำแพงดิน ซึ่งถ้าได้งานนี้ก็จะผลักดันสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มเป็น 10% จากปัจจุบัน 6% แต่ถ้าไม่ได้งานนี้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศน่าจะอยู่ที่ 6% เท่าปีก่อน เพราะงานที่ทำอยู่เป็นงานขนาดเล็กหลักสิบล้านบาท

สำหรับอัตรากำไรสุทธิคาดว่าจะสามารถรักษาในระดับที่ทำได้เท่ากับไตรมาสแรกที่ผ่านมาที่ 10.9% แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตลาดด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อนมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9% นอกจากนี้หากปริมาณงานเพิ่มขึ้นก็จะส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69