
ทิสโก้เพิ่มเป้าหมายดัชนีหุ้น100จุด
ทิสโก้เป็นเจ้าแรก ขยับเป้าดัชนีหุ้นปีนี้ 1,460 ตามดอยช์แบงก์ พบสถาบันไทยมองบวกหุ้นพลังงาน หลังน้ำมันขึ้น
ทิสโก้เป็นเจ้าแรก ขยับเป้าดัชนีหุ้นปีนี้ 1,460 ตามดอยช์แบงก์ พบสถาบันไทยมองบวกหุ้นพลังงาน หลังน้ำมันขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ออกบทวิเคราะห์ ปรับเพิ่มเป้าดัชนีหุ้นปีนี้เป็น 1,460 จุด เพื่อให้สอดคล้องกับดอยช์แบงก์ พันธมิตรด้านวิจัย เพิ่งออกบทวิเคราะห์ “Thailand Strategy” ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ให้เป้าหมายใหม่ที่ 1,460 จุด จากเมื่อต้นเดือน ม.ค.คาดไว้ 1,360 จุด โดยเป้าหมายที่ 1,460 จุด อิงสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ปี 2560 ที่ 14 เท่า บนสมมติฐานอัตรากำไรโต 15% แต่ยังต้องระมัดระวังกำไรของบริษัทจดทะเบียนในปีหน้า จากพื้นฐานทางเศรษฐกิจยังไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นมากนัก แม้รัฐบาลจะพยายามเร่งอนุมัติโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่แนวโน้มการส่งออกและการบริโภคยังคงอ่อนแอ
ปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งที่คาดการณ์ดัชนีหุ้นสิ้นปีนี้สูงกว่า 1,400 จุด บางแห่งให้ถึง 1,500 จุด
นอกจากนี้ บล.ทิสโก้ ได้สอบถามการลงทุนหุ้นพลังงานกับนักลงทุนสถาบันในประเทศ 2 แห่ง ซึ่งมองว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มพลังงาน ขณะเดียวกันก็กังวลในด้านผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ คืออัตรากำไรของกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
“แนวโน้มราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนให้ความสนใจกลุ่มที่มีราคาอิงกับน้ำมัน บริษัทปตท. (PTT) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) มากกว่ากลุ่มที่ไม่อิงราคาน้ำมัน คืออิงส่วนต่างราคา หรือมีความสัมพันธ์ที่ผันแปรกับราคาน้ำมัน เช่น บริษัท ไทยออยล์ (TOP) บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) และบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC)” บล.ทิสโก้ ระบุ
นอกจากนี้ นักลงทุนยังมองว่า PTTมีอัพไซส์จากการขายสินทรัพย์เกิดขึ้น โดยเฉพาะมีโอกาสในการขายโรงงาน LNG ที่มีส่วนแบ่งกำไรที่จำกัด (EBITDA)1 หมื่นล้านบาท และมีความเสี่ยงในการดำเนินงาน) นอกจากนั้นจะนำธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเข้าตลาดหลักทัรพย์จะช่วยให้อัพไซส์ 20 บาท/หุ้น หรือราว 6% ของมูลค่าที่เหมาะสม จึงแนะนำ “ถือ” มีมูลค่าที่เหมาะสม 312 บาท
สำหรับหุ้น PTTEP นักลงทุนยังไม่สนใจและยังไม่มีหุ้นในพอร์ต ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ให้ความสนใจต่อผลประกอบการที่ล่าช้าจากราคาขายที่ลดลง แนะนำ “ถือ” มูลค่าที่เหมาะสม 65 บาท ส่วนหุ้น PTTGC นักลงทุนมองว่าการเปลี่ยนแปลงของน้ำมันดิบมีความสัมพันธ์กับราคาของ PTTGC มากกว่าราคาของ HDPE และต้นทุนวัตถุดิบราคาของ PE โดยที่นักลงทุนบางส่วนยังกังวลเรื่องการหยุดผลิต ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการลดลง คาดว่าครึ่งปีหลังจะเพิ่มขึ้นจากยอดขายที่เป็นปกติ แนะ “ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 68 บาท ขณะที่ IRPC แม้จะได้เงินปันผลหลังจากที่โครงการ UHV เริ่มดำเนินงาน แต่ยังมีความน่าสนใจไม่มากพอ เนื่องจากโครงการ UHV ยังมีความเสี่ยงในการดำเนินงานและการทำโครงการใหม่จะกระทบการจ่ายเงินปันผล







