
หุ้นไทยครึ่งปีหลังดูดี
บลจ.ธนชาต มองงบรัฐหนุนหุ้นไทยไปต่อ ส่งทริกเกอร์ฟันด์เป้า 6% ใน 1 ปี “ทิสโก้” คาดปรับฐานเดือน มิ.ย. แนะโยกเข้าหุ้นญี่ปุ่น-จีน
บลจ.ธนชาต มองงบรัฐหนุนหุ้นไทยไปต่อ ส่งทริกเกอร์ฟันด์เป้า 6% ใน 1 ปี “ทิสโก้” คาดปรับฐานเดือน มิ.ย. แนะโยกเข้าหุ้นญี่ปุ่น-จีน
นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจจากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น คาดว่ากำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตได้ประมาณ 10-12% จากผลประกอบการที่กลับมาเติบโตดีขึ้น
ทั้งนี้ หุ้นไทยจะปรับตัวมากกว่า 10% นับตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน พ.ค. 2559 จากสภาพคล่องในระบบที่มีอยู่สูงและอัตราดอกเบี้ยในระบบยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ตัวชี้วัดเศรษฐกิจไทยในเดือน เม.ย. มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการใช้จ่ายรัฐบาลที่เพิ่มสูงขึ้น 16.8% ต่อปี เป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจให้ขยายตัวและดัชนีสินค้าเกษตรก็ปรับตัวดีขึ้น
นายบุญชัย กล่าวว่า บริษัทได้ออกกองทุน T-Challenge 26 เป็นกองทุนทริกเกอร์ฟันด์มีอายุประมาณ 1 ปี โดยจะเลิกกองทุนเมื่อมีมูลค่าหน่วยลงทุนตั้งแต่ 10.71 บาทขึ้นไป โดยมีเป้าหมายเลิกโครงการที่ 6% ภายในเวลา 1 ปี ทั้งนี้ในระหว่าง 1 ปีแรก จะรับซื้อหน่วยลงทุนอัตโนมัติหากสร้างผลตอบแทนได้ถึง 3% ของมูลค่าหน่วยลงทุนที่เสนอขายครั้งแรก แต่จะไม่เกิน 2 ครั้ง โดยจะเปิดขายวันที่ 2 มิ.ย. 2559 ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท
กลยุทธ์ของกองทุนนี้ในระยะแรกจะเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ แต่เมื่อเห็นจังหวะอาจเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กในช่วงสั้น และให้น้ำหนักในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภาครัฐบาลที่มีการเร่งรัดในขณะนี้ อาทิ กลุ่มพลังงานที่คาดว่าราคาน้ำมันผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มท่องเที่ยว และโรงพยาบาล
นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) กล่าวว่า ทิสโก้มองหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้จำกัด โดยมีเป้าหมายดัชนีอยู่ที่ 1,460 จุด และมีความเสี่ยงในการปรับฐานลงในเดือน มิ.ย.นี้ จากปัจจัยนอกประเทศ โดยเฉพาะปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นกำลังจะหมดลง
นอกจากนี้ การปรับน้ำหนักการลงทุนของดัชนี MSCI Emerging Market เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา อาจทำให้ตลาดหุ้นกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่อาจเผชิญแรงขายจากต่างชาติตามการปรับน้ำหนักของดัชนี ซึ่งจะมีผล ณ สิ้นเดือน พ.ค. 2559 อาจส่งผลให้เงินลงทุนที่ไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ตั้งแต่กลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ไหลออกในไตรมาส 2 และกดดันหุ้นในตลาดเกิดใหม่
สำหรับการประชุมของเฟดในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ยช่วงกลางปีมากขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐกลับมาแข็งค่ากดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ตลาดหุ้นและค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งตลาดยังจับตาการลงประชามติการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit)
“หุ้นไทยอาจปรับฐานระยะสั้นๆ ในเดือน มิ.ย. ขณะที่เศรษฐกิจและการเติบโตของกำไรจะหนุนตลาดฟื้นตัวครึ่งปีหลัง เราแนะนำช่วงตลาดปรับฐานให้ลงทุนหุ้นญี่ปุ่น หากเงินสหรัฐกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบเงินเยนจะหนุนหุ้นญี่ปุ่น รวมทั้งแนะนำหุ้นจีนราคาถูกและอาจมีปัจจัยบวกจากการเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีน A-shares ในดัชนี MSCI Emerging Markets ประกาศ 15 มิ.ย.นี้” นายคมศร กล่าว







