
จีเอ็มเอ็ม25จัดทัพสู้
จีเอ็มเอ็ม 25 รื้อผังไพรม์ไทม์ ส่งบราโวทำละครเสียบแทนรายการเดอะ คอนเสิร์ต ชู 3 กลยุทธ์ดันโตเท่าตัว
จีเอ็มเอ็ม 25 รื้อผังไพรม์ไทม์ ส่งบราโวทำละครเสียบแทนรายการเดอะ คอนเสิร์ต ชู 3 กลยุทธ์ดันโตเท่าตัว
นายฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม รองประธานฝ่ายการตลาดและขายจีเอ็มเอ็มมิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปิดเผยว่า จีเอ็มเอ็ม 25 ได้ปรับผังรายการช่วงไพรม์ไทม์ใหม่ โดยได้ยืดเวลาช่วงละครซีรี่ส์เพิ่มขึ้นอีก 1 ชั่วโมงในวันจันทร์-ศุกร์แทน คือ ช่วงเวลา 21.30-22.30 น. ซึ่งเดิมเคยเป็นช่วงเวลาของรายการเดอะ คอนเสิร์ต จะเปลี่ยนเป็นเวลาของละครซีรี่ส์ที่มีธีมมาจากเพลงดังของค่ายแกรมมี่แทน
“ปัจจุบันช่วงละครซีรี่ส์ของจีเอ็มเอ็ม 25 มีเพียงช่วงเดียว คือ ช่วงเวลา 20.00-21.00 น. การปรับใหม่ครั้งนี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากคอนเทนต์ในช่วงไพรม์ไทม์ให้มากขึ้น โดยให้ทีมจีเอ็มเอ็ม บราโว ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตคอนเทนต์ในเครือจีเอ็มเอ็ม ที่ผลิตคอนเทนต์ให้กับช่องจีเอ็มเอ็ม 25 อยู่แล้วมาผลิตละครซีรี่ส์ชุดใหม่ในช่วงเวลาใหม่ดังกล่าว”
นอกจากนี้ จีเอ็มเอ็ม 25 ยังได้วาง 3 กลยุทธ์หลักในการผลักดันให้ธุรกิจทีวีดิจิทัลของบริษัทเติบโต ประกอบด้วย 1.พาวเวอร์ ออฟ มิวสิค คอนเทนต์ หรือการแปลงร่างคอนเทนต์เพลง ซึ่งเป็น
คอนเทนต์ที่แกรมมี่มีเป็นจำนวนมากอยู่แล้วมาผลิตเป็นละคร ภายใต้การเล่าเรื่องใหม่ที่แตกต่างจากเดิมและจะแตกต่างจากเลิฟซอง เลิฟสตอรี่ที่ทีมจีเอ็มเอ็มทีวีผลิตและออกอากาศในช่วงเวลา 20.00-21.00 น. โดยใน 1 เพลงจะถือเป็นธีมหลักของเรื่องที่สามารถสร้างละครได้ 3 ตอน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแกรมมี่มีส่วนแบ่งในตลาดเพลงมากถึง 80% มีคลื่นสถานีวิทยุที่เป็นพันธมิตรทั่วประเทศ มีศิลปินที่มีงานแสดงสดทั่วประเทศกว่า 6,000 งาน/ปี ทำให้มีฐานข้อมูลว่าพื้นที่ใดชอบเพลงแนวไหน ชอบบริโภคคอนเทนต์แบบใด เพลงใดเป็นเพลงฮิตตลอดกาล มีข้อมูลในฐานระบบออนไลน์ที่ทำให้รู้ว่ามีเพลงใดบ้างที่เอ็มวีเพลงมียอดวิวเกิน 100 ล้านวิว ฯลฯ โดยจะนำข้อมูลเหล่านี้มาเป็นเกณฑ์ในการเลือกเพลงมาผลิตเป็นละครซีรี่ส์
ขณะเดียวกันในกลยุทธ์แรกยังหมายรวมถึงการผลิตคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์ในทุกแพลตฟอร์มด้วย เพราะนอกจากจะออกอากาศสดในดิจิทัลทีวีช่องจีเอ็มเอ็ม 25 แล้ว ยังนำเสนอบนสื่อออนไลน์ด้วย เช่น ยูทูบ ไลน์ทีวี พร้อมกับใช้สื่อโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ร่วมประชาสัมพันธ์คอนเทนต์เหล่านี้ โดยปัจจุบันยูทูบช่องแกรมมี่ในเครือทั้งหมด มียอดวิวสะสมรวมกว่า 1.7 หมื่นล้านวิว และช่องแกรมมี่ ออฟฟิศเชียล มียอดผู้ติดตามกว่า 7 ล้านคน มียอดผู้ติดตามในเฟซบุ๊กกว่า 38 ล้านคน ในขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กในไทยมีเพียง 35 ล้านคน
ด้านกลยุทธ์ที่ 2 คือ เดอะ ไรท์ทาร์เก็ต หรือมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน คือ 15-34 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักแกรมมี่มายาวนานและเป็นกลุ่มที่นิยมดูคอนเทนต์บนสื่อออนไลน์มากขึ้น และกลยุทธ์ที่ 3 คือ โทเทิ่ล วิวเวอร์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ หรือการเพิ่มศักยภาพในการเอ็นเกจเมนต์ให้มากขึ้น ซึ่งกลยุทธ์นี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับนักโฆษณา นักการตลาด และสปอนเซอร์ ในการสื่อสารแบรนด์ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยบริษัทจะเน้นการขายโฆษณาเป็นแบบแพ็กเกจแทนการขายคิดจากอัตราค่าโฆษณาทั่วไป มี 2 แพ็กเกจหลัก คือ เมนแพ็กเกจและโคแพ็กเกจ ซึ่งผู้โฆษณาสามารถเลือกให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
สำหรับการปรับตัวภายใต้ 3 กลยุทธ์ดังกล่าว เพื่อให้ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 มีช่องทีวีดิจิทัลที่มีคาแรกเตอร์และกลุ่มเป้าหมายชัดเจน รองรับการแข่งขันและผลักดันรายได้สิ้นปีนี้เติบโตเท่าตัวแตะ 800 ล้านบาท







