
ซันไชน์ฯเฮ!ซื้อโรงพิมพ์ตะวันออก
ผู้ถือหุ้นไม่สนถูกกลต.ขวาง ตะลึง!ทิ้งหุ้นหลายตัวเกลี้ยง
โพสต์ทูเดย์
— ผู้ถือหุ้น SSE ไฟเขียวซื้อ EPCO แม้ ก.ล.ต.ที่ปรึกษาท้วงก่อนหน้า รายย่อยหวั่นเป็นธุรกรรมครอบครัวการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท ซันไชน์ คอร์เปอเรชั่น (SSE) เพื่อขออนุมัติซื้อหุ้นโรงพิมพ์ตะวันออก (EPCO) ซึ่งผู้ถือหุ้นมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้ซื้อ EPCO ด้วยสัดส่วน 99.95% ของหุ้นทั้งหมด แม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คณะกรรมการตรวจสอบและที่ปรึกษาการเงินอิสระ เห็นว่าผู้ถือหุ้น SSE ไม่ควรอนุมัติให้ SSE ซื้อหุ้น EPCO
สำหรับบรรยากาศการลงทุนนั้น ผู้ถือหุ้นมีการสอบถามจากกรรมการและผู้บริหารเพียง 2 คน โดยหนึ่งในนั้นต้องการให้บริษัทชี้แจงว่า บริษัทได้ประโยชน์จากการเข้าไปลงทุนใน EPCO เป็นรูปธรรมอย่างไร เพราะข้อมูลที่ชี้แจงเบื้องต้นไม่มีเห็นประโยชน์ชัดเจน และเหมือนเป็นการทำธุรกรรมกันภายในครอบครัว หรือ EPCO ไม่อยากทำธุรกิจแล้ว ทางบริษัทก็เลยเข้าไปซื้อแทนครอบครัว
นางชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SSE ยืนยันว่า การซื้อหุ้นครั้งนี้ไม่ใช่การทำเป็นธุรกิจครอบครัว แต่ช่วยเพิ่มรายได้และต่อยอดธุรกิจได้ ซึ่ง SSE มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการโฆษณาทำบิลบอร์ดและสื่อโฆษณาต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพิมพ์ของ EPCO ได้
นอกจากนั้น อาสาพิทักษ์สิทธิของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยได้ซักถาม จำนวนเงินไม่เพียงพอต่อการใช้ทำซื้อคำเสนอซื้อขายหลักทรัพย์ (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) หรือการชำระคืนหนี้ให้กรรมการที่ให้กู้เงินไปซื้อหุ้น การขายหุ้นของบริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง (GEN) หรือโครงการแผนงานธุรกิจหลังจากซื้อ EPCO แล้ว
กรรมการผู้จัดการ ตอบคำถามว่า เงินที่ใช้ในการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์เพียงพอ ไม่เกิน 150 ล้านบาท เนื่องจากมีผู้แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนแล้วว่าจะไม่เสนอขายหุ้นครั้งนี้แล้วกว่า 40% จากจำนวนเงินที่บริษัทคาดว่าจะใช้เงินทำเทนเดอร์ทั้งหมด 900 ล้านบาท
ขณะที่การชำระหนี้เงินกู้ของนางโฉมพิศ บุนนาค สามารถขอยืดเวลาชำระออกไปได้ ส่วนการขายหุ้นของบริษัท GEN นั้นขายหมดเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน
นอกจากนี้ ได้ถอนวาระการแต่งตั้งนายขรรค์ ประจวบเหมาะ เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทเพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง เนื่องจากยังไม่หมดสมัยจากการเป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
รวมทั้งถอนวาระการเพิ่มทุนลดทุนของบริษัท อควา คอร์ปอเรชั่น บริษัทย่อยของ SSE เนื่องจากที่ปรึกษาทางการเงินให้ทบทวนสัดส่วน การแลกหุ้นระหว่างอควา คอร์ปอเรชั่น กับ อควา มีเดีย 360
ด้าน SSE รายงาน ก.ล.ต. ว่า วันที่ 3 ส.ค. ได้ซื้อหุ้นบริษัท ไดสตาร์ อิเลคทริก คอร์เปอเรชั่น (DISTAR) 4.25% รวมถือ 8.95% จากนั้นวันที่ 4 ส.ค. ขายทิ้งเกลี้ยง 8.95%
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ได้ซื้อหุ้นพีเออี (ประเทศไทย) หรือ PAE 1.21% รวมถึง 6.07% ถัดมาอีกวันขายทิ้งหมด 6.07% รวมทั้งวันที่ 2 ส.ค. ยังขายหุ้นบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) หรือ SLC ทั้งหมด 16.19% ไม่เหลือ SLC อีก







