posttoday
ทศวรรษ7อ้วยอันโอสถ งัดนวัตกรรมคู่คุณภาพ

ทศวรรษ7อ้วยอันโอสถ งัดนวัตกรรมคู่คุณภาพ

01 มิถุนายน 2559

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

การก้าวสู่ทศวรรษที่ 7 ของบริษัท อ้วยอันโอสถ นับเป็นย่างก้าวที่น่าจับตากับเป้าหมายการยืนหยัดเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ภายใต้การกุมบังเหียนของรุ่น 3 ตระกูลสมบูรณ์ เวชชการ ซึ่งปัจจุบันมี 2 พี่น้องอย่าง นิชา และ ชนรรค์ สมบูรณ์เวชชการ เข้ามาดูแลกิจการ

จากร้านขายยาอ้วยอันโอสถ ขนาด 2 คูหา บริเวณเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งธนบุรี หน้าวัดประยุรวงศาวาส ที่จำหน่ายยาแผนปัจจุบัน และยาแผนโบราณ มาตั้งแต่ปี 2490 โดยมี เสถียร สมบูรณ์เวชชการ
ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ สาขาเวชกรรม (แพทย์แผนโบราณ) และสาขาเภสัชกรรม (เภสัชกรแผนโบราณ) เป็นผู้ก่อตั้ง

ต่อมาในปี 2529 ก็ได้จัดตั้งบริษัท อ้วยอันโอสถ ขึ้น พร้อมทั้งย้ายจากร้านขายยาเดิม มาเป็นโรงงานผลิตยาแผนโบราณที่ได้มาตรฐาน GMP จนล่าสุดยังได้รับรองมาตรฐานการผลิต GMP PIC/S (Good Manufacturing Practice: Pharmaceutical Inspection Cooperation Scheme) ซึ่งเทียบเท่ากับการผลิตยาแผนปัจจุบัน

นิชา สมบูรณ์เวชชการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อ้วยอันโอสถ ดูแลด้านการตลาดและฝ่ายบุคคล กล่าวว่า ในฐานะรุ่น 3 ของตระกูลที่เข้ามาสานต่อธุรกิจร่วมกับน้องชาย คือ ชนรรค์ สมบูรณ์เวชชการ ที่ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ดูแลฝ่ายผลิต การควบคุมคุณภาพ พัฒนาสินค้าและส่งออก ได้วางเป้าหมายร่วมกันที่จะเน้นการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ควบคู่กับคุณภาพ รวมไปถึงการสร้างแบรนด์อ้วยอันให้เป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ

“การจะทำได้ตามเป้าหมายต้องมีการทำงานร่วมกันตั้งแต่ฝ่ายผลิตที่ต้องมีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล การตลาดที่ครบวงจร เห็นได้จากการรีแบรนด์ดิ้งใหม่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และการเริ่มขยายตลาดส่งออก” นิชา กล่าว

ปัจจุบันยาจากสมุนไพรของอ้วยอันโอสถ มีวางจำหน่ายในร้านขายยาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมากกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งเร่งขยายช่องทางจำหน่ายเข้าสู่แผนกยาในร้านค้าปลีกสมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง อาทิ บู๊ทส์, เทสโก้ โลตัส, เพียว บาย บิ๊กซี, โกลเด้นเพลส ฯลฯ

ขณะเดียวกันเพื่อทยายข้อจำกัดจากการเป็นสินค้าที่ต้องวางจำหน่ายในร้านยา ทำให้แนวทางการพัฒนาสินค้าของบริษัทนับจากนี้ จะขยายไปยังสินค้ายาสามัญประจำบ้าน รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และอื่นๆ เพื่อให้สามารถวางจำหน่ายได้ทุกที่ เช่น ยาแคปซูลขมิ้นชัน, ยาแคปซูลฟ้าทะลายโจร, ยาอมสมุนไพรตรามังกรทอง และล่าสุดคือยาอมสมุนไพรตรามิสเตอร์เฮิร์บ ที่สามารถวางจำหน่ายได้ทั่วไป

สำหรับปีนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 30% หรือมียอดขายอยู่ที่ 500 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมายอดขายอยู่ที่ 384 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% จากปี 2557 พร้อมทั้งวางเป้าหมายภายใน 2-3 ปีจากนี้ หากทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะสามารถทำยอดขายได้แตะระดับ 1,000 ล้านบาท แน่นอน

“ภาพรวมตลาดยาสมุนไพรที่สูงถึงระดับหมื่นล้านบาท และกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีมูลค่าถึง 8 หมื่นล้านบาท ถือเป็นโอกาสของเราที่จะเข้าไปชิงส่วนแบ่งตลาดเพื่อเพิ่มยอดขาย อีกทั้งยังมีปัจจัยหนุนจากการที่สังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยและผู้คนสนใจดูแลสุขภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพทั้งหมดรวมถึงสมุนไพรไทยที่ได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น” นิชา กล่าว

อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญของอ้วยอันโอสถในมือรุ่น 3 ครั้งนี้ อยู่ที่การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพื่อรักษาฐานลูกค้ากลุ่มเดิมและการขยายเพิ่มเติมลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ยังไม่เคยใช้ยาสมุนไพรให้เกิดการทดลองใช้ เพราะหากทำได้จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดและเพิ่มยอดขายตามไปด้วยนั่นเอง

ขณะที่ ชนรรค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทต้องลงทุนอีก 200 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงานแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จ.สมุทรสาคร บนพื้นที่ 7 ไร่ คาดพร้อมเปิดผลิตได้ในปี 2563 เพื่อรองรับการขยายไลน์สินค้าใหม่และการบุกตลาดทั้งในและต่างประเทศ

“เราเพิ่งเริ่มส่งออกมีรายได้จากการส่งออกปีละ 3 ล้านบาท แต่หลังจากนี้จะเดินหน้าขยายตลาดส่งออกมากขึ้น ด้วยการมองหาตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีและตลาดยุโรปตะวันออกที่ปัจจุบันนิยมสมุนไพรเพิ่มมากขึ้น” ชนรรค์ กล่าวปิดท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท