
บรรจุภัณฑ์อาหารไทย
โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา
โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา
บรรจุภัณฑ์อาหารไทยมีการพัฒนามาโดยตลอด เดี๋ยวนี้มีบรรจุภัณฑ์ที่ปราศจากพลาสติก หรือ Food Grade หรือ Biodegradable บรรจุภัณฑ์จากเยื่อพืช ชานอ้อย ไผ่ ผักตบชวา แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานราชการใดๆ ที่เกี่ยวข้องในการควบคุมการนำเข้าวัตถุดิบในการผลิตหรือการใช้วัตถุดิบที่ปลอดภัยการผลิต เช่น กระดาษ เยื่อพืช เยื่อไม้ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานที่ควบคุมและกำกับดูแล ได้แก่ “สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)” ซึ่งถือเป็นตำรวจเหล็กแห่งวงการอาหารและยา ยังปัดความรับผิดชอบว่า “ขนาดถุงหนังสือพิมพ์ใส่กล้วยแขกยังไม่มีใครห้ามเลย”
ความจริงก็คือว่าสำนักงานอาหารและยา (อย.) กับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการกำกับดูแลและการป้องปรามการใช้ภาชนะบรรจุภัณฑ์สำหรับการบริโภค ว่ามีการนำเข้าวัตถุดิบว่ามีความปลอดภัยกันมากน้อยอย่างไร เพราะปัจจุบันบรรจุภัณฑ์เพื่อสุขภาพเเละสิ่งเเวดล้อมโดยเฉพาะจากชานอ้อยของไทย ได้รับความนิยมจากทั้งในไทยเเละต่างประเทศมากขึ้น จึงเริ่มมีการนำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ
ขณะเดียวกันยังพบว่า บรรจุภัณฑ์อาหารจากประเทศจีน เริ่มมีของลอกเลียนเเบบจากไทยโดยใช้เยื่อกระดาษเก่าที่มีโลหะหนัก (สารพิษ) มาใส่สารฟอกขาว ซึ่งอาจมีอันตรายจากสารพิษเข้ามาในตลาดของไทยเนื่องจากมีต้นทุนต่ำ โดยบอกว่าเป็นชานอ้อยและเยื่อพืชต่างๆ เหมือนกัน ทั้งยังมีบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่เป็นผู้นำเข้าสินค้าเเละใบรับรองที่ไม่น่าเชื่อถือจากจีน นำกระดาษที่เหลือจากการขายมาผลิตบรรจุภัณฑ์เคลือบพลาสติก แล้วอ้างว่าถ้าเป็น Food Grade ซึ่ง อย.ต้องเข้ามาดูแลเหมือน FDA ใน US แต่กลับอ้างว่าไม่สามารถห้ามการนำเข้าได้ ขนาดถุงกล้วยแขกยังไม่สามารถห้ามได้เลย หายนะของคนไทยจริงๆ...แล้วใครจะต้องมีบทบาทในการควบคุม ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคยังสับสนกับการทำงานของภาครัฐมาก
กระดาษทั่วไปที่ไม่ได้ผลิตเพื่อใช้สำหรับบรรจุอาหารโดยเฉพาะ อาจมีสารฟอกขาวในกระบวนการผลิตเยื่อตกค้างอยู่ เมื่อมีการนำกระดาษเหล่านี้ไปบรรจุอาหาร อาทิ การนำกระดาษถ่ายเอกสารมาผลิตเป็นกรวยน้ำดื่ม อาจมีสารเคมีละลายปะปนไปกับน้ำที่ดื่มเข้าไปสะสมในร่างกาย มีผลทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง ส่งผลต่อประสาทส่วนกลางและสมอง อาจทำให้อวัยวะทารกพิการ เพิ่มโอกาสในการแท้งบุตรในหญิงตั้งครรภ์ เกิดความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ และก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคผิวหนังเรื้อรัง ไทรอยด์ ประจำเดือนผิดปกติ
อันตรายจากสารเรืองแสง (OBA) คือสารเคมีชนิดหนึ่งที่ใส่เพื่อเพิ่มความขาวของกระดาษ มักใช้สำหรับกระดาษสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ สารเรืองแสงเป็นสารเคมีอันตรายที่ละลายในน้ำได้ หลายประเทศ เช่น เยอรมนีและญี่ปุ่น กำหนดให้บรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับอาหารจะต้องผ่านการทดสอบสารเรืองแสง เนื่องจากสารเรืองแสงที่เป็นอนุพันธ์ของ Stilbene มีรูปร่างโมเลกุลคล้าย Hormone Estrogen ของเพศหญิง หากได้รับสาร Stilbene ในปริมาณมาก จะสะสมในร่างกาย และอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ และทำให้ผู้ชายเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ บรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับบรรจุอาหารโดยเฉพาะจะทำจากกระดาษสำหรับสัมผัสอาหาร (Food Grade) ซึ่งไม่ผ่านกระบวนการฟอกขาวและปราศจากสารเรืองแสง ดังนั้นบรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับบรรจุอาหารที่ปลอดภัยจะมีสีนวล ไม่ขาวสว่าง และเมื่ออยู่ภายใต้แสงจากหลอดไฟยูวีจะไม่เรืองแสง
สืบเนื่องจากเรื่องดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้เตือนมายังผู้จำหน่ายอาหารเเละผู้บริโภคว่า ต้องถามทุกครั้งว่าบรรจุภัณฑ์นี้ผลิตจากแหล่งใด มีมาตรการให้ตรวจสอบได้ อะไรที่เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์อาหารจากต่างประเทศควรได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อนอย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อ
ในความเป็นจริงหน่วยงานราชการไทยถ้าเลิกเกี่ยงกัน ระหว่าง สคบ. กับ อย. สคบ.เเนะนำให้เลือกซื้อของที่มีโรงงานผลิตในเมืองไทย ใช้ของไทยจะดีกว่า ถ้าเอาความปลอดภัยของผู้บริโภคชาวไทยเป็นที่ตั้ง เรื่องราวเหล่านี้จะไม่เป็นปัญหาเลย เพราะผู้ผลิตคนไทยที่ได้รับมาตรฐานเเละไว้วางใจดีกว่าจีนในตลาดโลกโดยเฉพาะเรื่องอาหารเเละภาชนะซื้อจากประเทศจีน แต่ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดออกตัวมารับผิดชอบเรื่องภาชนะบรรจุภัณฑ์อาหารเลย นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจและควรรื้อปรับแก้ไขกันอย่างยิ่งถึงขั้นตอนการขออนุญาตต่างๆ ตลอดจนบทบาทและขอบเขตว่า “ใครจะรับผิดชอบชีวิตคนไทยเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์”







