
นำโมเดลละคร ปั้นธุรกิจข่าว วิก 3 หวังรายได้หลักพันล้าน
ช่อง 3 เรียกได้ว่าเป็นช่องเจ้าบุญทุ่ม โดยเฉพาะในแวดวงคนทำข่าว เพราะมีทีมข่าวมืออาชีพหลายทีมที่เข้าไปร่วมชายคา ภายใต้แนวคิด
“ครอบครัวข่าว” ล่าสุดได้อดีตทีมข่าวจากบริษัท มีเดียสตูดิโอ ของช่อง 7 นำโดย เชิงชาย หว่างอุ่น กับทีมงานอีก 18 คน เข้าไปเสริมทัพ เพื่อลุยภารกิจข่าวก้าวสู่ปีที่ 6ปัจจุบันพื้นที่รายการข่าวของช่อง 3 จากวันละไม่กี่ชั่วโมงในช่วง 5 ปีก่อน ขยายเป็น 12 ชั่วโมง หรือกว่า 50% ของพื้นที่ ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นกว่า 34 เท่าตัว จากหลักร้อยล้านบาท สู่ระดับพันล้านบาท หรือสัดส่วน 2025% จากรายได้รวมของบริษัท บีอีซี เวิลด์ ปีก่อน 9,000 ล้านบาท
สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด ช่อง 3 กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่ข่าวของช่อง 3 เป็นการนำพื้นที่ที่ไม่สร้างรายได้ หรือนันไพรม์ไทม์ มาสร้างให้เกิดรายได้ แม้จะไม่มากเทียบเท่าละคร ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลัก 50% แต่ต้นทุนถูกกว่าละครค่อนข้างมาก และยังมีช่องทางหารายได้จากข่าวอีกหลากหลายช่องทาง เพราะฉะนั้นช่อง 3 จึงพร้อมที่จะลงทุนด้านข่าวอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันอัตราค่าโฆษณาสูงสุดของช่วงข่าวคือ 3.6 แสนบาทต่อนาที ขณะละครสูงสุดคือ 4.8 แสนบาทต่อนาที ซึ่งรายการข่าวสามารถเพิ่มเวลาได้ เพิ่มรายการใหม่ได้ และปรับราคาเพิ่มได้อีก เมื่อเทียบกับละครที่ค่อนข้างอิ่มตัว ล่าสุดทีมของเชิงชาย ภายใต้บริษัท ทำดี มีรวย เข้ามาทำรายการตู้ ปณ.ข่าว 3 โดยใช้เวลาของรายการสีสันบันเทิงสดเดิมในช่วงเวลา 14.00 น.
ก่อนหน้านี้ รายการอย่างเรื่องเล่าเช้านี้ ข่าว 3 มิติ และเรื่องเด่นเย็นนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ช่อง 3 พัฒนาขึ้นมาใหม่จากรายการข่าวและสร้างรายได้ให้สถานีอย่างเต็มที่
“
ที่สำคัญที่สุดของรายการข่าวคือ พรีเซน เตอร์หรือผู้ประกาศข่าว ซึ่งมีบุคลิกลักษณะที่แตกต่างกันไป เป็นเหตุผลที่ช่อง 3 ยังเสริมทีมข่าวเข้ามาเรื่อยๆ แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่การ สร้างรายได้มีมากกว่า” สุรินทร์ กล่าวประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 กล่าวว่า ทีมข่าวแต่ละทีมที่เข้ามาช่อง 3 จะทำสัญญาในรูปแบบบริษัท เหมือนกับการจ้างเอาต์ซอร์ส ข้อดีคือความคล่องตัวและให้อิสระแต่ละทีมงานได้สร้างสรรค์เต็มที่ เช่นเดียวกับผู้จัดละครแต่ละรายที่ผลิตละครให้กับช่อง 3 อยู่ในขณะนี้ โดยที่ฝ่ายการตลาดของสถานีจะเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการหารายได้จากโฆษณาและผู้สนับสนุน
“
ในปีที่ 6 ของครอบครัวข่าว เราลงทุนค่อนข้างมาก ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง ทั้งคาราวานข่าวที่ออกไปทำข่าวต่างจังหวัด หรือการส่งคนไปทำข่าวต่างประเทศ แต่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า” ประวิทย์ กล่าวรายงานข่าวระบุว่า รูปแบบการทำธุรกิจของครอบครัวข่าว ส่วนใหญ่สถานีจะจ้างในรูปแบบบริษัท และคิดต้นทุนเป็นค่าผลิตต่อตอนเช่นเดียวกับละคร ข้อดีคือสถานีไม่ต้องแบกรับต้นทุน โดยเฉพาะบุคลากรจำนวนมาก แต่ละบริษัทไปบริหารเอง ขณะเดียวกันสามารถวางแผนการหารายได้ให้ครอบคลุมต้นทุนได้ง่ายขึ้น
เขมทัตต์ พลเดช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักการตลาด บริษัท อสมท กล่าวว่า รูปแบบของครอบครัวข่าว คล้ายกับการร่วมธุรกิจของ อสมท กับบริษัท ไร่ส้ม ก่อนหน้านี้ ถือเป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพของรายการข่าวให้กับสถานี โดยขณะนี้ช่อง 3 ได้ทีมข่าวมากฝีมือเข้าไปหลายทีม สร้างสรรค์เนื้อหาข่าวที่หลากหลาย ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับรายการข่าว
“
ความร่วมมือทางธุรกิจแบบครอบครัวข่าวเป็นการทำสัญญาทั้งกระดาษและสัญญาใจ เหมือนกับละครที่ได้ดาราเก่งๆ เข้าไป ซึ่งสุดท้ายช่องจะได้ประโยชน์ทั้งในแง่ภาพลักษณ์และรายได้ตามมา” เขมทัตต์ กล่าวทั้งนี้ การสร้างขุมกำลัง โดยเฉพาะบุคลากรที่มีฝีมือ จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในยุคที่โทรทัศน์กำลังจะก้าวสู่ดิจิตอล เริ่มตั้งแต่ปี 2558 จำนวนช่องที่มากขึ้น ขุมกำลังด้านบุคลากรจะมีส่วนสำคัญในการขยายธุรกิจโทรทัศน์ในอนาคต ไม่เฉพาะแค่เคเบิลและทีวีดาวเทียมที่กำลังเฟื่องฟูอยู่ในขณะนี้







