
แนะปรับสีผังเมืองรับแอร์พอร์ตลิงก์
โพสต์ทูเดย์
— สมาคมบ้านจัดสรรเสนอ กทม.เร่งศึกษาปรับสีผังเมืองรับแนวแอร์พอร์ตลิงก์ คาดดีมานด์ที่อยู่อาศัยพุ่งหลังเปิดใช้เชิงพาณิชย์ชี้เป็นโมเดลแรกขนส่งด่วนกลางเมืองวิ่งออกนอกเมืองนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่าหลังจากที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน
–สุวรรณภูมิ เตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในเร็วๆ นี้ ทั้งรูปแบบเอกซ์เพรส มุ่งตรงสนามบินสุวรรณภูมิ และแบบซิตีไลน์ จอด 8 สถานี จะส่งผลให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยใกล้แนวแอร์พอร์ตลิงก์ ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงควรเร่งศึกษาแนวทางการพัฒนาเมืองตามแนวการวิ่งของรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่นี้ เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองให้เป็นไปอย่างมีระบบทั้งนี้ โดยเฉพาะการทบทวนลักษณะการใช้ที่ดินที่กำหนดอยู่ในผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร หรือการปรับสีผังเมืองบริเวณแนวรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ให้เหมาะสมกับความต้องการใช้ที่ดิน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการใช้ที่ดิน ซึ่งเส้นทางมักกะสัน
–สุวรรณภูมิ เป็นเส้นทางแรกของรถไฟฟ้าที่เดินทางจากใจกลางเมืองออกนอกชานเมือง จึงเป็นโมเดลใหม่ที่ กทม.ควรศึกษา เพื่อให้เป็นโมเดลต้นแบบของการพัฒนาเมืองตามแนวรถไฟฟ้า รองรับกับแผนการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายอื่นๆบริเวณที่แอร์พอร์ตลิงก์ผ่าน เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของสีผังเมือง เช่น บริเวณพื้นที่สีส้ม ที่อยู่อาศัยหนาแน่น ปานกลาง สามารถสร้างทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม ความสูงไม่เกิน 45 เท่าของที่ดินได้ พื้นที่สีน้ำตาล ที่อยู่อาศัยหนาแน่นสูง สามารถสร้างอาคารขนาดใหญ่ได้ รวมถึงพื้นที่เขียวลายเขียว ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
ความแตกต่างของลักษณะการใช้ที่ดินตามสีของผังเมือง เป็นสิ่งที่หน่วยงานรัฐต้องให้ความสำคัญในการสร้างความชัดเจนในเชิงนโยบาย เพื่อปรับทิศทางการพัฒนาที่อยู่อาศัย เพราะนอกจากแอร์พอร์ตลิงก์แล้ว ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าอีกหลายเส้นทางที่วิ่งจากใจกลางเมืองออกสู่ชานเมือง ทั้งบางใหญ่ บางบัวทอง และสมุทรปราการ หากไม่รับมือจะเกิดปัญหาการขยายตัวอย่างไม่มีระบบ
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันบริเวณใกล้สถานีมักกะสัน สถานีราชปรารภ และสถานีรามคำแหง ซึ่งเป็นสถานนีที่อยู่ใกล้เมืองมากที่สุดเริ่มมีการพัฒนาคอนโดมิเนียมและที่อยู่อาศัยอย่างคึกคัก โดย ตั้งแต่ปีที่แล้วถึงปีนี้มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในบริเวณใกล้แอร์พอร์ตลิงค์ไม่น้อยกว่า 1 ยูนิต และบ้านจัดสรรอีกประมาณ 29 โครงการ หรือมีจำนวนมากกว่า 6 พันยูนิต
นายอิสระ กล่าวอีกว่า กทม.ต้องมีการทบทวนเรื่องโบนัส ของผังเมืองใหม่ด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการมองว่าการให้โบนัส หรือการก่อสร้างพื้นที่ใช้สอยเพิ่มได้จากกำหนดเดิมที่สูงสุด 10 เท่าของพื้นที่ดินได้ เมื่อเจ้าของอาคารสร้างพื้นที่จอดรถ เพื่อสนับสนุนให้คนจอดรถและหันมาใช้รถสาธารณะแทน และพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น กับอาคารที่ใกล้รถไฟฟ้า 500 เมตรของกทม. ยังไม่น่าสนใจ และไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง เพราะต้นทุนที่สร้างพื้นที่สาธารณะไม่คุ้มกับส่วนที่เพิ่มขึ้นของพื้นที่เชิงพาณิชย์
การขยายพื้นที่อาคารที่ใกล้รถไฟฟ้าจาก 500 เมตรเป็น 1 กม. มีความเป็นไปได้หรือไม่ รวมถึง การก่อสร้างที่จอดรถ กทม.ต้องมีนโยบายที่ชัดเจน ว่าต้องการให้เป็นไปทิศทางใด ควรยกเลิกให้มีการบังคับหรือไม่ จากปัจจุบันยังบังคับให้คอนโดมิเนียมมีที่จอดรถ ขณะที่ในหลายประเทศเน้นให้คนใช้รถสาธารณะด้วยการไม่บังคับให้สร้างที่จอดรถ







