
เปิดตลาดบังกลาเทศ
“พาณิชย์” เตรียมประชุมเจทีซีไทย-บังกลาเทศ ครั้งที่ 4 หวังใช้สิทธิด้านภาษีและแหล่งวัตถุดิบจากบังกลาเทศดันการค้าและลงทุนไทย
“พาณิชย์” เตรียมประชุมเจทีซีไทย-บังกลาเทศ ครั้งที่ 4 หวังใช้สิทธิด้านภาษีและแหล่งวัตถุดิบจากบังกลาเทศดันการค้าและลงทุนไทย
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานมหกรรมการค้าและการลงทุนบังกลาเทศ 2016 ร่วมกับนายโทไฟล์ อาเหม็ด รมว.พาณิชย์ ประเทศบังกลาเทศ ว่าทางบังกลาเทศได้แจ้งว่าพร้อมจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (เจทีซี) ไทย-บังกลาเทศ ครั้งที่ 4 โดยกำหนดจัดในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ บังกลาเทศเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในกลุ่มเอเชียใต้ โดยไทยสามารถส่งออกสินค้าตรงไปยังบังกลาเทศและส่งออกผ่านไปยังประเทศที่สาม ได้ เนื่องจากบังกลาเทศถูกจัดอยู่ในประเทศพัฒนาน้อยที่ได้รับสิทธิประโยชน์ในการส่งออกสินค้าไปประเทศพัฒนาแล้วแบบไม่เสียภาษี และยังเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญ เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน หินปูน ผลผลิตทางการเกษตร ฯลฯ
รมว.พาณิชย์ ประเทศบังกลาเทศ กล่าวว่า บังกลาเทศมีนโยบายต้อนรับนักลงทุนจากไทย พร้อมแผนนำเสนอเขตเศรษฐกิจพิเศษของบังกลาเทศ ภาพรวมการส่งเสริมการลงทุนของบังกลาเทศ และสิทธิประโยชน์ที่นักลงทุนต่างประเทศจะได้รับจากการเข้าไปลงทุน
ขณะที่ในปัจจุบันมีโครงการจากไทย 96 โครงการที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนบังกลาเทศ มีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 605 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก ปลา อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน การแปรรูปอาหาร โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ และการลงทุนด้านสาธารณูปโภค ได้แก่ ทางด่วนยกระดับดาร์กกา โดยบริษัท อิตัล-ไทย เป็นต้น
ทั้งนี้ บังกลาเทศเป็นคู่ค้าอันดับ 44 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ รองจากอินเดียและปากีสถาน ตามลำดับ ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2554-2558) การค้ารวมมีมูลค่าเฉลี่ย 965.61 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 2558 การค้ารวมมีมูลค่า 902.79 ล้านเหรียญสหรัฐ และในช่วง 4 เดือนของปี 2559 การค้ารวมมีมูลค่า 322.36 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.6% เทียบจากช่วงเดียวกันของปี 2558 โดยในปี 2558 ไทยส่งออกสินค้าไปบังกลาเทศมีมูลค่า 858.61 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าสินค้าจากบังกลาเทศมีมูลค่า 44.18 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญ เช่น เม็ดพลาสติก ผ้าผืน เคมีภัณฑ์ ด้าย ปูนซีเมนต์ เหล็ก เส้นใยประดิษฐ์ เป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ เช่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป สัตว์น้ำสด/แช่เย็น/แช่แข็ง/แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่นๆ เนื้อสัตว์เพื่อการบริโภค พืช ผลิตภัณฑ์จากพืช เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด เป็นต้น







