
ยกเครื่องโชห่วย
ธุรกิจค้าปลีกรายย่อย (ร้านโชห่วย) แม้จะถูกกระแสของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) เข้ามาแข่งขันอย่างดุเดือด ซึ่งบางรายก็ล้มหายตายจากกันไปบ้าง แต่ร้านโชห่วยที่เหลืออยู่ในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารงาน เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงพาณิชย์ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับร้านโชห่วยของไทย
ธุรกิจค้าปลีกรายย่อย (ร้านโชห่วย) แม้จะถูกกระแสของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) เข้ามาแข่งขันอย่างดุเดือด ซึ่งบางรายก็ล้มหายตายจากกันไปบ้าง แต่ร้านโชห่วยที่เหลืออยู่ในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารงาน เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงพาณิชย์ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับร้านโชห่วยของไทย
ล่าสุด อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์จัดทำแผนส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจค้าส่งค้าปลีกของไทย เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการผลักดันร้านค้าปลีกตามแนวชายแดน เพื่อรองรับกระแสการค้าชายแดนที่กำลังขยายตัวมากขึ้นทุกวัน
ทั้งนี้ แผนสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจค้าส่งค้าปลีกดังกล่าว ได้ประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของร้านโชห่วยไทย โดยจุดแข็งหรือข้อได้เปรียบ คือ มีความเข้าใจเรื่องความต้องการของสินค้าของเพื่อนบ้านหรือคนในท้องถิ่นเป็นอย่างดี ร้านค้าตั้งอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเดินทางออกนอกพื้นที่เพื่อจับจ่ายใช้สอย แต่มีจุดอ่อน คือ การบริหารจัดการยังไม่เป็นระบบ เช่น การบริหารสินค้าคงคลัง ระบบการจัดซื้อและการจำหน่ายสินค้า
จากปัญหาเหล่านี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปดำเนินการแก้ไข และช่วยฝึกอบรมร้านโชห่วยให้มีการพัฒนาแล้ว จนเกิดร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบที่ได้รับการพัฒนาจำนวน 115 ร้านค้า 417 สาขา ครอบคลุม 65 จังหวัด
สำหรับร้านค้าส่งค้าปลีกที่เข้มแข็งแล้ว กระทรวงพาณิชย์จะนำไปโรดโชว์เชื่อมโยงธุรกิจและจับคู่ธุรกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสของผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกของไทยที่ทำมาค้าขายอยู่ตามแนวชายแดน เพราะโอกาสมีมากจริงๆ หลังเปิดเออีซี







