
แฉสารพัดวิธีหนีภาษีเหล็ก
วงการเหล็กแฉวิธีสารพัดแบบเลี่ยงภาษีเหล็ก หลัง SAM งานเข้า โดนกรมศุลกากรจับ-ยึดเหล็ก
วงการเหล็กแฉวิธีสารพัดแบบเลี่ยงภาษีเหล็ก หลัง SAM งานเข้า โดนกรมศุลกากรจับ-ยึดเหล็ก
วงการอุตสาหกรรมเหล็ก เปิดเผยว่า ผู้ผลิตท่อเหล็กดำมีรูปแบบการเลี่ยงภาษีนำเข้า เช่น นำเข้าเหล็กม้วนดำจากประเทศจีน หลบภาษีแอนตี้ ดัมปิ้ง (AD) 45% ภาษีเหล็กปกติ 5% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% อ้างว่านำเหล็กเข้ามาผลิตเพื่อส่งออก เพื่อไม่ต้องเสียภาษี แต่ส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา เมียนมา ซึ่งไม่มีการส่งออกจริงหรือส่งออกเพียงเล็กน้อย แล้ววนกลับมาขายต่อในประเทศไม่ต้องเสียภาษี 57% เช่นเดียวกับที่ บริษัท สามชัย สตีล อินดัสทรี (SAM) โดนกรมศุลกากรจับได้
นอกจากนี้ ยังมีการนำเข้าเหล็กม้วนหลีกเลี่ยงภาษีแบบเดียวกับเหล็กม้วนดำ เช่น นำเข้าเหล็ก 1 หมื่นตัน ต้องผลิตเหล็กเกือบทั้งหมด 100% ส่งออก แต่มีการส่งออกจริงเล็กน้อย ที่เหลือส่วนใหญ่ขายในประเทศ หลบภาษี 57%
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า มาตรการตอบโต้ภาษีของสหรัฐเข้มงวดมากกว่า 500% ขณะที่ไทย 57% ทำให้เหล็กเลี่ยงภาษีจากจีนหันไปเปลี่ยนแหล่งกำเนิดหรือเปลี่ยนเอกสารนำเข้า อ้อมไปที่ประเทศอื่นแทน เพื่อเลี่ยงภาษี แล้วนำเข้ามาในไทย เห็นได้จากประเทศเหล่านี้ เช่น อียิปต์ อิหร่าน ตุรกี หรือบราซิล ปกติ 3-4 ประเทศนี้หลายปีที่ผ่านมาไม่เคยส่งออกเหล็กมาเมืองไทย จู่ๆ ปี 2558 โผล่ส่งออกเหล็กเข้าไทย 2.5 แสนตัน จากเดิมปี 2555-2556 เพียง 2,000 ตันเศษ และปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 5 แสนตัน
นอกจากนี้ ยังมีเหล็กรีดร้อนจากเวียดนามเข้ามาในไทยเดือนละ 3 หมื่นตัน ซึ่งปกติแล้วเวียดนามยังไม่ได้ผลิตเหล็กรีดร้อน จึงคาดว่าเป็นแหล่งเลี่ยงกำเนิดเหล็ก เพื่อเลี่ยงภาษีเช่นเดียวกัน
“ผู้ผลิตในไทยถึงแย่กันหมด กลุ่มพวกนี้หนีภาษีทำกันมานานแล้ว หนีภาษีทุกรูปแบบ ทำจนผู้ผลิตในประเทศทยอยปิดโรงงานกันแล้ว ตอนแรกกระทรวงพาณิชย์จะตั้งมาตรการฉุกเฉินเหล็กม้วนรีดร้อน แต่เงียบไปแล้ว” แหล่งข่าวเปิดเผย
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลาดยังไม่มีการขึ้นเครื่องหมายเตือนการซื้อขายหุ้น บริษัท สามชัย สตีล อินดัสทรี หลังมีข่าวกรมศุลกากรจับกุมการเลี่ยงภาษีได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอทาง SAM ชี้แจงในประเด็นดังกล่าวมา
ด้าน ราคาหุ้น SAM รูดลงแรงในช่วงบ่ายของวันที่ 30 พ.ค. หลังมีข่าวถูกจับได้ ทุบราคาปิดที่ระดับ 1.29 บาท ทรุด 0.08 บาท หรือ 5.84% หลังจากภาคเช้าขึ้นไปสูงสุดถึงระดับ 1.42 บาท
นายบัณฑิต นิจถาวร กรรมการผู้อำนวยการ สถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) กล่าวว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของกรรมการไทย ปี 2559 (มี.ค.-พ.ค.) มีกรรมการร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวน 416 คน ส่วนใหญ่ประมาณ 65% เห็นว่าบทลงโทษกรรมการหรือผู้บริหารที่กระทำความผิดในลักษณะที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน รวมถึงการใช้ข้อมูลภายใน (อินไซด์เดอร์เทรดดิ้ง) ส่วนใหญ่สิ้นสุดที่การถูกปรับนั้นเบาเกินไป ควรได้รับทั้งโทษปรับ จำคุก และตัดสิทธิการเป็นกรรมการด้วย
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีกรรมการหรือผู้บริหารบางรายกระทำผิดซ้ำในเรื่องเดียวกัน แต่ต่างเวลากัน บทลงโทษจึงควรมีความเข้มข้นขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ต้องเพียงพอที่จะทำให้ผู้ที่จะกระทำเกิดความเกรงกลัวที่จะกระทำผิด
นายบัณฑิต กล่าวว่า ปัจจัยที่กรรมการเห็นว่ามีผลทำให้กรรมการขาดจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ คือ วัฒนธรรมองค์กรไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องจริยธรรม (60%) คณะกรรมการให้ความสำคัญกับเรื่องกำไรมากกว่าจริยธรรม (47%) ระบบการตรวจสอบควบคุมภายในไม่มีประสิทธิภาพ (36%)







