
การประชุม รัฐมนตรีคลังจี7
การประชุมรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศ จี7 ณ เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น ได้เสร็จสิ้นลงไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา หนึ่งในประเด็นร้อนแรงคงหนีไม่พ้นเรื่องค่าเงินเยน ซึ่งถือว่าเป็นการเผชิญหน้าครั้งแรกระหว่าง จาค็อบ หลิว รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กับ ทาโร อาโสะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น หลังจากที่สหรัฐจัดให้ประเทศญี่ปุ่นอยู่ในกลุ่มประเทศเฝ้าระวังว่ามีพฤติกรรมการแทรกแซงค่าเงินของตัวเองให้อ่อนค่าอย่างไม่เป็นธรรม
การประชุมรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศ จี7 ณ เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น ได้เสร็จสิ้นลงไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา หนึ่งในประเด็นร้อนแรงคงหนีไม่พ้นเรื่องค่าเงินเยน ซึ่งถือว่าเป็นการเผชิญหน้าครั้งแรกระหว่าง จาค็อบ หลิว รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กับ ทาโร อาโสะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น หลังจากที่สหรัฐจัดให้ประเทศญี่ปุ่นอยู่ในกลุ่มประเทศเฝ้าระวังว่ามีพฤติกรรมการแทรกแซงค่าเงินของตัวเองให้อ่อนค่าอย่างไม่เป็นธรรม
ญี่ปุ่นได้ใช้เวที จี7 นี้ประกาศเตือนสมาชิกในกลุ่มถึงความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก หากค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวอย่างผันผวนเช่นนี้ โดยถึงแม้ไม่ได้มีการพูดถึงอย่างชัดเจน แต่ก็พอจะสามารถตีความได้ว่าสิ่งที่ญี่ปุ่นพูดถึงคือการแข็งค่าของเงินเยนเกือบ 10% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ในขณะที่สหรัฐเองก็ออกมาตอกย้ำว่าญี่ปุ่นควรจะหลีกเลี่ยงการแทรกแซงค่าเงินเยนเพื่อช่วยเหลือภาคการส่งออกของตัวเอง ที่ล่าสุดตัวเลขการส่งออกเดือน เม.ย. ลดลงมากถึง 10.1% โดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้าได้ออกมาเตือนถึงผลประกอบการที่จะย่ำแย่ลงจากการแข็งค่าของเงินเยน พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นเข้ามาดูแลให้ค่าเงินไม่แข็งจนเกินไป ค่าเงินเยนหลังจากการประชุมปรับตัวแข็งขึ้นเล็กน้อย ซึ่งสะท้อนให้เห็นมุมมองของนักลงทุนว่า สุดท้ายแล้วสหรัฐน่าจะยังคงมีอำนาจในเวทีการเมืองโลกมากกว่า
และญี่ปุ่นก็ยังคงจะไม่กล้าขัดสหรัฐ โดยการประกาศมาตรการกระตุ้นทางการเงินเพิ่มเติม
สถานการณ์ดังกล่าวดูจะคล้ายคลึงกับการเมืองระหว่างประเทศในปี 1985 ที่สหรัฐพยายามกดดันญี่ปุ่นและเยอรมนี ให้ร่วมมือกันในการแทรกแซงให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงผ่านสนธิสัญญาพลาซา (Plaza Accord) ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่ทั้งในตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่น และได้นำไปสู่ “ทศวรรษที่หายไป” (Lost Decade) ที่จนถึงปัจจุบัน ประเทศญี่ปุ่นเองก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเงินฝืดที่ยังคงเป็นอุปสรรคทางเศรษฐกิจที่สำคัญได้
จากบทเรียนในอดีต ญี่ปุ่นคงจะมีความระมัดระวังมากขึ้นในการดำเนินนโยบายทางด้านการเงิน เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจของตัวเอง ในขณะที่จะต้องไม่ทำลายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐด้วยเช่นกัน ทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นยังคงมีความไม่แน่นอนสูง จากค่าเงินเยนที่ยังคงขาดทิศทางที่ชัดเจน จึงทำให้ยังไม่น่าเข้าลงทุนในช่วงนี้







