posttoday
เครือข่ายปฏิรูปพลังงานค้านรัฐเปิดเจรจาต่อสัมปทาน2แหล่งก๊าซใหญ่

เครือข่ายปฏิรูปพลังงานค้านรัฐเปิดเจรจาต่อสัมปทาน2แหล่งก๊าซใหญ่

29 พฤษภาคม 2559

เครือข่ายประชาชนปฎิรูปพลังงานไทยค้านรัฐใช้วิธีเจรจาต่อสัญญาสัมปทานแหล่งก๊าซเอราวัณ-บงกช ย้ำควรใช้วิธีการเปิดประมูลแข่งขัน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อชาติ

เครือข่ายประชาชนปฎิรูปพลังงานไทยค้านรัฐใช้วิธีเจรจาต่อสัญญาสัมปทานแหล่งก๊าซเอราวัณ-บงกช ย้ำควรใช้วิธีการเปิดประมูลแข่งขัน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อชาติ

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นายปานเทพ พัวพงษ์พัน แกนนำกลุ่มเครือข่ายประชาชนปฎิรูปพลังงานไทย (คปพ.) แถลงว่า คปพ.ขอคัดค้านแนวทางการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในวันที่ 30 พ.ค. และจะมีการพิจารณาแนวทางการบริหารแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณและบงกช ที่จะสิ้นสุดอายุสัมปทานปี 2565-66 ด้วยวิธีการเปิดเจรจากับผู้รับสัมปทานรายเดิมก่อนคือเชฟรอน และ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) โดยไม่เปิดประมูลแบบเสรีเพื่อให้เกิดการแข่งขันโดยสมบูรณ์

ทั้งนี้ คปพ.เห็นว่าแนวทางการเปิดเจรจาไม่ก่อประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติและประชาชน จึงขอให้กพช.ยุติการพิจารณาต่อรองและหันมาใช้มาตรฐานประมูลแข่งขันที่เป็นธรรมและทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชาติ ซึ่งหากรัฐบาลยังยทนยันที่จะใช้วิธีการเปิดเจรจา คปพ.จะมีการกำหนดมาตรการเคลื่อนไหวต่อไป

"การที่รัฐบาลจะมอบสิทธิการผลิตและสำรวจปิโตรเลียมไม่ว่าจะด้วยวิธีการจ้างผลิต หรือระบบแบ่งปันผลผลิตนั้น รัฐบาลต้องเปิดประมูลให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีให้เทียบเท่าการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 4G ดังนั้น ขอให้ที่ประชุมกพช. ยุติการกระทำในการพิจารณาดังกล่าว และให้หันมาเตรียมการให้เกิดประมูลแข่งขันอย่างเสรี และจะต้องมีผู้เข้าร่วมประมูลมากกว่า 1 รายขึ้นไป"นายปานเทพกล่าว

ด้าน น.ส.รสนา โตสิตระกูล แกนนำคปพ.กล่าวว่า ไทยได้ให้สัมปทานก๊าซในอ่าวไทยไปเกือบครึ่งศตรวรรษและที่อ้างว่าต้องเป็นระบบสัมปทานเพราะเรายังไม่รู้ว่า ก๊าซมีปริมาณมากน้อยเพียงใดแต่ขณะนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าก๊าซมีมากมายจึงเป็นโอกาสดีสุดที่ควรจะกลับมาเป็นของคนไทยและเห็นว่าปัญหาเรื่องการคืนท่อก๊าซในทะเลก็ยังไม่จบดังนั้นรัฐก็สามารถจัดตั้งองค์กรก๊าซแห่งชาติมาดูแล

ขณะที่ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง กล่าวว่า อยากเตือนรัฐบาลให้มีความระมัดระวังในการดำเนินการในเรื่องนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ โดยอยากเตือนรัฐบาล 3 ข้อ คือ 1.หากรัฐบาลไม่ใช้วิธีแข่งขันกัน ไม่ประมูลโปร่งใส รัฐบาลนี้จะให้ความมั่นใจแก่ประชาชนได้อย่างไร ว่าประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด 2. กติกาภาษีปิโตรเลียมที่โบราณ เช่น การอนุญาตให้หักขาดทุนของแปลงหนึ่ง ออกจากกำไรของอีกแปลงหนึ่ง และการยอมให้เอกค่าใช้จ่ายต่างประเทศมาหักในไทย ควรแก้ไขปรับปรุงให้เรียบร้อยก่อน ทำไมต้องรีบเสนอก่อนการปรับปรุง, 3 แปลงเอราวัณ/บงกช จะมีอุปกรณ์ที่ตกเป็นของรัฐจำนวนมาก และส่วนใหญ่จะเป็นของที่กรมธนารักษ์ไม่สามารถรับโอนกรรมสิทธิ์ได้ รัฐบาลจึงควรเร่งจัดตั้งองค์กรกลางเพื่อบริหารทรัพย์สินเหล่านี้

ภาพจาก www.facebook.com/thirachai.phuvanatnaranubala

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท