
การวิเคราะห์ทางเทคนิค กับการซื้อขายฟิวเจอร์ส (1)
โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)
โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)
แนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจในการลงทุนไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้นหรือฟิวเจอร์ส มีแนวทางที่ผู้ลงทุนนิยมใช้กันอยู่ 2 แนวทาง คือ 1) การวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ซึ่งจะใช้วิธีวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อราคาหุ้น หรือราคาฟิวเจอร์ส
ตัวอย่างเช่น ข้อมูลเศษฐกิจ การค้า การเมือง การเงิน การคลัง และข้อมูลผลประกอบการของบริษัท เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการหาราคาที่เหมาะสมของหุ้นหรือฟิวเจอร์สนั้นๆ และตัดสินใจว่าราคาตลาดในปัจจุบันของหุ้นหรือฟิวเจอร์สถูกหรือแพง ควรจะลงมือซื้อหรือขาย
โดยการเปรียบเทียบราคาตลาดกับราคาเหมาะสมที่คำนวณได้ และ 2) การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) ซึ่งใช้วิธีวิเคราะห์ข้อมูลราคาที่ซื้อขาย ปริมาณการซื้อขาย และสถานะคงค้างที่เกิดขึ้น โดยนำข้อมูลเหล่านี้มาแสดงในรูปของกราฟ (Chart) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ที่ซื้อขายอยู่ในตลาด ประเมินทิศทางของราคาหุ้นหรือฟิวเจอร์สที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคต และหาจังหวะลงมือซื้อขายที่เหมาะสม
ลักษณะสำคัญในการซื้อขายฟิวเจอร์สที่แตกต่างจากการซื้อขายหุ้นคือ การซื้อขายฟิวเจอร์สไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเต็มมูลค่าของสินค้าที่ซื้อขายเหมือนกับการซื้อขายหุ้น เวลาซื้อขายหุ้นถ้าผู้ลงทุนซื้อหุ้นราคา 100 บาท ผู้ลงทุนต้องชำระค่าหุ้นเต็มจำนวน 100 บาท แต่สำหรับการซื้อขายฟิวเจอร์สจะยังไม่มีการรับมอบส่งมอบสินค้ากันจริง เป็นการตกลงราคาที่จะซื้อจะขายกันล่วงหน้าเท่านั้น จึงใช้วิธีวางหลักประกัน (Margin) เพื่อป้องกันการบิดพลิ้วสัญญา ซึ่งเงินประกันสำหรับการซื้อขายฟิวเจอร์สคิดเป็นเงินจำนวนเงินที่น้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าของสินค้า โดยทั่วไปเงินประกันเริ่มต้น (Initial Margin) จะอยู่ที่ประมาณ 5-10% ของมูลค่าสินค้า ทำให้เมื่อราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงเพียงเล็กน้อย จะทำให้เกิดผลกำไรหรือขาดทุนเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับเงินประกันเริ่มต้นในการลงทุน หรือที่เราเรียกลักษณะสำคัญของฟิวเจอร์สแบบนี้ว่า “อัตราเพิ่มของเงิน (Leverage)” นั่นเอง
ตัวอย่างของการเกิดอัตราเพิ่มของเงิน (Leverage) ในการซื้อขายฟิวเจอร์ส เช่น ฟิวเจอร์สที่อ้างอิงสินค้าชนิดหนึ่งต้องการเงินประกันเริ่มต้นในการซื้อขายคิดเป็น 10% ของมูลค่าสินค้า ถ้าสินค้าชนิดนั้นมีมูลค่า 100 บาท ผู้ลงทุนที่ซื้อขายฟิวเจอร์สจะใช้เงินลงทุนเพื่อมาวางเป็นหลักประกันเพียง 10 บาท เมื่อราคาของสินค้าเปลี่ยนแปลงไป 1 บาท หรือคิดเป็น 1% ของราคาสินค้าที่ซื้อขายจะทำให้เกิดผลกำไรหรือขาดทุนต่อผู้ที่ซื้อขายฟิวเจอร์ส 10% (ราคาที่เปลี่ยนแปลง 1 บาท เทียบกับเงินประกันในการซื้อขายฟิวเจอร์ส 10 บาท คิดเป็น 10% ของเงินประกันในการซื้อขาย)จากลักษณะสำคัญของการซื้อขายฟิวเจอร์สที่ทำให้เกิดอัตราทดของเงิน จึงทำให้ผู้ลงทุนที่ซื้อขายฟิวเจอร์ส เพื่อต้องการทำกำไรจากการปรับตัวขึ้นลงของราคาฟิวเจอร์ส ส่วนใหญ่นิยมซื้อขายฟิวเจอร์สในระยะสั้นระยะยาว และให้ความสำคัญกับการจับจังหวะในการลงมือซื้อขายเป็นอย่างมาก
จากประโยชน์ของการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่สามารถใช้ในการจับจังหวะในการซื้อขายที่เหมาะสม ซึ่งการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐานไม่สามารถช่วยจับจังหวะในการซื้อขายได้ จึงพบว่าผู้ลงทุนที่ซื้อขาย
ฟิวเจอร์สจำนวนมากที่ต้องการกำไรจากการขึ้นลงของราคาฟิวเจอร์สในระยะสั้น จึงให้ความสนใจและนิยมใช้แนวทางการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นเครื่องมือช่วยประกอบการตัดสินใจลงมือซื้อขายฟิวเจอร์สนั่นเองครับ
ผู้ที่สนใจแนวทางการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับการซื้อขายฟิวเจอร์ส ในบทความตอนต่อไปผมจะแนะนำประเด็นความแตกต่างระหว่างการแนวทางการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับซื้อขายหุ้นกับการซื้อขายฟิวเจอร์ส ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องของข้อมูลที่นำใช้ในการวาดกราฟ การกำหนดค่าเบื้องต้น และประเด็นสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจเบื้องต้น
สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ เกี่ยวกับการซื้อขายฟิวเจอร์สสามารถหาติดต่อได้จากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการ หรือเว็บไซต์ www.tfex.co.th
TFEX เชิญฟังสัมมนาพิเศษ ซีรี่ส์ “ครบทุกกลยุทธ์การเทรด SET50 Options” จากโบรกเกอร์ชั้นนำ ที่จะมาแนะนำกลยุทธ์การใช้ SET50 Options เครื่องมือทรงพลังที่จะช่วยให้คุณทำกำไรและบริหารความเสี่ยงได้ในทุกภาวะตลาด







