
เปิดยุทธศาสตร์5ปี บังคับคดีสู่ดิจิทัล
กรมบังคับคดีประกาศแผน 5 ปี ยกระดับเป็นบังคับคดี “ดิจิทัล” ศูนย์กลางอาเซียน พร้อมปรับบทบาทจากผู้ปฏิบัติเป็นผู้กำกับดูแล
กรมบังคับคดีประกาศแผน 5 ปี ยกระดับเป็นบังคับคดี “ดิจิทัล” ศูนย์กลางอาเซียน พร้อมปรับบทบาทจากผู้ปฏิบัติเป็นผู้กำกับดูแล
น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า กรมบังคับคดีได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2560-2564) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล โดยรองรับการเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลด้วยการนำเอาระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ในการพัฒนาระบบการบังคับคดี การล้มละลาย การขายทอดตลาดหลักทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี
“อนาคตจะพัฒนาเชื่อมโยงข้อมูลไปในประเทศสมาชิกอาเซียนด้วย รวมถึงมีโครงการปรับบทบาทและรูปแบบการให้บริการของกรมบังคับคดีเป็นบิซิเนสโมเดล เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน รวมถึงปรับบทบาทกรมบังคับคดีจากผู้ปฏิบัติเป็นผู้กำกับดูแล” น.ส.รื่นวดี กล่าว
ขณะเดียวกันมีโครงการพัฒนาศูนย์ข้อมูลทรัพย์สินของบุคคลล้มละลาย โดยจัดระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างนายทะเบียนภาครัฐ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานกำกับหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสถาบันการเงินทุกประเภท เพื่อสืบค้นทรัพย์สินทุกประเภทของบุคคลที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและล้มละลาย ซึ่งจะทำให้การติดตามและรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์
กับเจ้าหนี้ และสามารถเสริมสร้างความสามารถแข่งขันของประเทศและความเชื่อมั่นระบบกฎหมายไทย ในระยะต่อไปจะพัฒนาระบบให้เชื่อมโยงกับภาครัฐและสถาบันการเงินในประเทศเอเชีย
นอกจากนี้ กรมบังคับคดียังมีโครงการพัฒนากฎหมาย กฎระเบียบให้มีความทันสมัย เป็นธรรม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และอนุสัญญาระหว่างประเทศต่างๆ กรอบการประเมินความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ การปฏิบัติตามมาตรฐานกฎหมายของธนาคารโลก พัฒนาฐานข้อมูลบังคับคดีให้เป็นฐานข้อมูลกลาง และจัดตั้งหน่วยงานให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เกษตรกร ประชาชน







