posttoday
ขายตรงฝ่าปัจจัยลบ  เร่งพัฒนาศักยภาพคน-บุกออนไลน์

ขายตรงฝ่าปัจจัยลบ เร่งพัฒนาศักยภาพคน-บุกออนไลน์

26 พฤษภาคม 2559

ผลกระทบจากเศรษฐกิจซบเซาอย่างหนักในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงต่างต้องเร่งปรับตัว เพราะปัจจัยต่างๆ จากวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ที่ครั้งนั้นคนต้องการหารายได้เสริมจากอาชีพประจำและหลายกิจการต้องปิดตัว แต่ปัญหาเศรษฐกิจในช่วงเวลานี้ คือคนกลับไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย เพราะไม่มั่นใจในอนาคต จึงทำให้ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงต่างต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง

ผลกระทบจากเศรษฐกิจซบเซาอย่างหนักในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงต่างต้องเร่งปรับตัว เพราะปัจจัยต่างๆ จากวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ที่ครั้งนั้นคนต้องการหารายได้เสริมจากอาชีพประจำและหลายกิจการต้องปิดตัว แต่ปัญหาเศรษฐกิจในช่วงเวลานี้ คือคนกลับไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย เพราะไม่มั่นใจในอนาคต จึงทำให้ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงต่างต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้สมาคมการขายตรงไทย ได้ร่วมกับ บริษัท ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) จัดสำรวจพฤติกรรมการบริโภค ทัศนคติ และความสนใจในการทำธุรกิจขายตรง โดยสำรวจบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้จำหน่ายอิสระ 4 กลุ่ม คือ กลุ่ม Gen B อายุ 52-70 ปี, Gen X อายุ 37-51 ปี, Gen Y อายุ 22-36 ปี และ Gen Z อายุ 18-21 ปี พบว่าส่วนใหญ่ 65.2-87.2% ประเมินไปในทิศทางบวกที่มีต่อผู้จำหน่ายสินค้าขายตรง ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าทิศทางลบค่อนข้างชัดเจน

นอกจากนี้ 1 ใน 3 หรือ 33.5% ยังให้ความสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อซื้อสินค้าขายตรงใช้อีกด้วย ด้านปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า พบว่าคุณภาพและราคาเป็น 2 ปัจจัยหลักที่กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญเกินกว่า 40% ในการตัดสินใจซื้อสินค้า ทั้งสินค้าขายตรงและสินค้าทั่วไป ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้หลายบริษัทมองเห็นโอกาสที่จะหยิบยื่นให้กับสมาชิกหรือผู้คนทั่วไปที่สนใจเข้าสู่ธุรกิจ ด้วยการสร้างโอกาสให้กับบุคคลเหล่านั้นให้สัมผัสกับรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน โดยเน้นแนวทางการทำธุรกิจอันแท้จริงที่ไม่มุ่งเน้นในเรื่องจูงใจไกลเกินฝัน หรือล่อตาล่อใจด้วยเงินจำนวนมหาศาลเหมือนกับอดีตที่ผ่านมา

ยักษ์ขายตรงสหรัฐ กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงในปัจจุบัน บริษัทให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องความมั่นคงหรือการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ไม่เน้นเรื่องรายได้จำนวนมากๆ เป็นหลัก โดยในช่วง 5 เดือนแรกยอดขายของบริษัทยังเติบโตได้แต่ไม่หวือหวานัก เนื่องจากเศรษฐกิจซบเซาต้องรอเวลาฟื้นตัว ที่ผ่านมาบริษัทได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้นที่มีมากถึง 40% รูปแบบการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายจึงมุ่งไปที่การใช้สื่อรูปแบบออนไลน์มากถึง 80% ที่สามารถสื่อสารได้โดยตรงและรวดเร็ว อีก 20% เป็นการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ที่ให้ข้อมูลเจาะไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จากในอดีตช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนการใช้งานผ่านช่องทางออนไลน์อยู่ที่ 50% 

ประกาสิต เลิศมุกดา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค เปิดเผยว่า บริษัทได้ให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์เป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านมาได้พัฒนาระบบปฏิบัติการที่ชื่อว่า “Maxx Dual Core System” เพื่อก้าวให้ทันกับยุคดิจิทัลอีโคโนมีที่มุ่งความเป็นมืออาชีพมากขึ้น จึงได้พัฒนาระบบอี-คอมเมิร์ซ การเปิดสถาบันแม็กซ์ อะคาเดมีและการเรียนรู้ด้วยวิดีโอ การยกระดับคุณภาพชีวิตนักธุรกิจ ทีมบริหาร และพนักงาน เปิดโครงการหลักประกันความมั่นคงชีวิตของนักธุรกิจ โดยผ่านการวางแผนทางการเงินไปจนถึงหลักสูตรพัฒนาศักยภาพของบุคลากร

“ขณะนี้บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการพัฒนาศักยภาพของคนเป็นหลัก เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว” ประกาสิต กล่าว

กรภัทร เวชโชกิตติกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ วิสดอม พลัส กล่าวว่า แนวทางนโยบายของบริษัท คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค พร้อมทั้งได้พัฒนาระบบการเรียนรู้ให้กับนักธุรกิจ เพื่อช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งบริษัทได้เชิญทีมที่ปรึกษาที่มีความรู้ทางด้านต่างๆ เข้ามาช่วยพัฒนาระบบให้แข็งแกร่งขึ้น อาทิ ระบบสอนออนไลน์ที่จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักธุรกิจทำงานง่ายมากยิ่งขึ้น และระบบด้านการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาแนวคิดและเพิ่มวิธีการการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ขณะที่ขายตรงพันธุ์ไทย พงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ กล่าวว่า บริษัทปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยจัดโรดโชว์ไปจังหวัดหัวเมืองใหญ่เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงจัดกิจกรรมเอ็กซ์โปตามภูมิภาค ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยใช้งบกว่า 10 ล้านบาท แต่การซื้อขายจริงนั้นส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากการบอกต่อเป็นหลัก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท