posttoday
กลุ่มปตท.เร่งลงทุนต้นทุนลด-ได้ของดี

กลุ่มปตท.เร่งลงทุนต้นทุนลด-ได้ของดี

25 พฤษภาคม 2559

กลุ่ม ปตท.สบช่องน้ำมันขาลงเดินหน้าสรุปล็อกราคาก่อสร้างโครงการปิโตรเคมี-โรงกลั่น พร้อมปิดดีลซื้อกิจการ

กลุ่ม ปตท.สบช่องน้ำมันขาลงเดินหน้าสรุปล็อกราคาก่อสร้างโครงการปิโตรเคมี-โรงกลั่น พร้อมปิดดีลซื้อกิจการ

นายทิติพงษ์ จุลพรศิริดี ผู้จัดการฝ่ายหน่วยงานการเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เปิดเผยว่า การลงทุนก่อสร้างโรงกลั่นและโรงงานปิโตรเคมีส่วนใหญ่ชะลอออกไปในช่วงราคาน้ำมันต่ำเป็นโอกาสให้บริษัทเจรจากับผู้รับเหมาได้ราคาที่ต่ำลงจากภาวะปกติ คาดในไตรมาส 3 จะสามารถสรุปค่าก่อสร้างเพื่อล็อกต้นทุนก่อสร้างโครงการร่วมทุน 3 โครงการ

การลงทุนในสองโครงการมีโอกาสต่ำกว่าที่เคยทำแผนไว้ที่ประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/โครงการ ได้แก่ โครงการโพลียูรีเทนครบวงจร และโครงการ Map Ta Phut Retrofit เพื่อปรับปรุงการผลิตโรงงานที่มาบตาพุด รวมถึงจะได้ข้อสรุปการถือหุ้นกับพันธมิตร ซึ่งบริษัทมีนโยบายถือไม่ต่ำกว่า 80% ส่วนโครงการ US Petrochemical Complex ก็มีโอกาสที่มูลค่าการก่อสร้างจะต่ำกว่าที่เคยศึกษาไว้ที่ระดับ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตอนนี้ศึกษาในช่วงราคาน้ำมันสูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล บริษัทนโยบายถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 50%

“บริษัทมีเงินสด 5 หมื่นล้านบาท ที่พร้อมใช้ลงทุนธุรกิจปิโตรเคมีในจังหวะที่มีต้นทุนถูกลง รองรับวัฏจักรของธุรกิจที่มีโอกาสจะเป็นขาขึ้น และหากโครงการ US Petrochemical Complex สามารถลงทุนได้ตามแผน ทำให้กำไรก่อนภาษี ค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่าย (อี-บิตดา) ในปี 2565 จะขยับเพิ่มเป็นประมาณ 60-70% ของอี-บิตดารวมจากไตรมาส 1/2559 ที่ 51% 

นายชัชชัย สิริวิชช์ ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยออยล์ (TOP) กล่าวว่า บริษัทจะขยายกำลังการผลิตโรงกลั่นจากประมาณ 2.75 แสนบาร์เรล/วัน เป็นประมาณ 4 แสนบาร์เรล/วัน คาดจะสรุปผลการศึกษาได้ในเดือน เม.ย. 2560 คาดเป็นโอกาสที่ลงทุนก่อสร้างถูกลงจากเดิมที่เคยศึกษาไว้ต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ บริษัทมีเงินสด ณ สิ้นไตรมาสแรกประมาณ 6 หมื่นล้านบาท

น.ส.พรรณนลิน มหาวงศ์ธิกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เปิดเผยว่า บริษัทมีเงินสดประมาณ 3,300 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงมีความพร้อมและมองหาโอกาสลงทุน เพื่อเพิ่มอัตราส่วนของปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้วต่ออัตราการผลิตที่เหลือเพียงประมาณ 5 ปี เน้นการซื้อสินทรัพย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งการซื้อหุ้นในแหล่งเดิม ในแหล่งยาดานาจากกลุ่มเชฟรอน และการซื้อหุ้นจากเชลล์ในแหล่งบงกช ด้านการดำเนินงานในปี 2559 มีโอกาสพลิกมีกำไรจากขาดทุน 3.15 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ