posttoday
แบงก์แก้หนี้ฉุดเอ็นพีแอลชะลอการเพิ่ม

แบงก์แก้หนี้ฉุดเอ็นพีแอลชะลอการเพิ่ม

24 พฤษภาคม 2559

ธปท.เผยไตรมาสแรกหนี้เสียสุทธิเพิ่ม 1.99 หมื่นล้าน ยอดเริ่มต่ำลงจากไตรมาสก่อนหน้า

ธปท.เผยไตรมาสแรกหนี้เสียสุทธิเพิ่ม 1.99 หมื่นล้าน ยอดเริ่มต่ำลงจากไตรมาสก่อนหน้า

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานสาเหตุการเพิ่มขึ้นของยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ยังไม่กันสำรอง (Gross NPLs) ไตรมาสแรกปีนี้ ที่ทั้งระบบเพิ่มถึง 6.7 หมื่นล้านบาท สาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอลรายใหม่ 4.7 หมื่นล้านบาท จากเอ็นพีแอลที่เคยปรับโครงสร้างหนี้แล้วกลับมาเป็นหนี้เสียอีก 1.5 หมื่นล้านบาท และเอ็นพีแอลจากกรณีอื่นๆ อีก 4,639 ล้านบาท

สำหรับ Gross NPLs ที่ลดลงรวมกันได้ 4.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 1.ลดลงจากการปรับโครงสร้างหนี้ 1.07 หมื่นล้านบาท หลักๆ เป็นการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ 1.06 หมื่นล้านบาท อีก 145 ล้านบาท เป็นการปรับโครงสร้างหนี้ของสาขาธนาคารต่างประเทศ และ 2.ลดลงจากกรณีอื่นๆ 3.6 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ลดลงจากธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ แบ่งเป็นลดลงจากกรณีไม่ได้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้แต่สามารถโอนกลับไปเป็นหนี้ปกติ 9,879 ล้านบาท และลดลงจากกรณีอื่นๆ เช่น ได้รับชาระหนี้ การตัดหนี้สูญของหนี้ที่หมดสิทธิเรียกร้อง และการขายหนี้ออก ฯลฯ ลดลงรวม 2.6 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แม้หนี้เสียไตรมาสแรกจะลดลงได้ค่อนข้างมาก 4.7 หมื่นล้านบาท แต่ต่ำกว่าไตรมาส 4 ปีที่แล้วที่ลดลงถึง 9 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ในไตรมาสแรก Gross NPLs ที่เพิ่มขึ้น 6.7 หมื่นล้านบาท และลดลง 4.7 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ Gross NPLs สุทธิเพิ่มขึ้นเพียง 1.99 หมื่นล้านบาท ทำให้เอ็นพีแอลรวมทั้งระบบอยู่ที่ 3.574 แสนล้านบาท หรือ 2.64% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้าที่มี 3.375 แสนล้านบาท หรือ 2.55%

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า สินเชื่อเพื่อการบริโภคมีหนี้เสียลดลง ส่วนหนึ่งเพราะแนวโน้มเอ็นพีแอลดีขึ้น ธนาคารพาณิชย์มีการบริหารจัดการหนี้ดี มีการปรับโครงสร้างหนี้ได้ดี ทำให้หนี้ลดลง ซึ่งหนี้เสียที่เพิ่มก็มาจากความสามารถในการชาระหนี้ที่ลดลง ไม่ใช่การจงใจผิดนัดชาระ สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวช้า และยังทำให้สินเชื่อภาคอุตสาหกรรมและสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ซื้อมาขายไปไม่ค่อยดีขึ้น ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และการส่งออกก็ไม่ดี ทำให้เอ็นพีแอลในภาคธุรกิจก็ยังมีทิศทางที่สูงขึ้นเช่นกัน

"ในระยะต่อไปถ้าเศรษฐกิจดีขึ้น เอ็นพีแอลก็จะลดลงได้ เพราะหากสัดส่วน สินเชื่อเพิ่มขึ้นจะทำให้หนี้เสียลดลงโดยอัตโนมัติ บวกกับความสามารถในการชาระหนี้ก็น่าจะดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่หากเศรษฐกิจยังเปราะบาง มีความไม่แน่นอนอยู่ ก็อาจจะมีผลต่อการเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอลได้ จึงต้องติดตามดูในระยะต่อไปอีก" นายดอน กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ