posttoday
นักลงทุนหวั่นใจสหรัฐ เฉียดขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2

นักลงทุนหวั่นใจสหรัฐ เฉียดขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2

23 พฤษภาคม 2559

สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย มองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.50-35.80 ในสัปดาห์นี้ เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากการเข้าเก็งกำไรของนักลงทุน เนื่องจากนักลงทุนกลับมาคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 กลางเดือน มิ.ย.นี้ หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นในสัปดาห์ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายของชาวอเมริกันที่ขยายตัวได้ดีที่สุดในรอบ 13 เดือนและปริมาณการก่อสร้างบ้านใหม่ที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่องตามภาพอากาศที่เริ่มอบอุ่น ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วจากระดับ 35.43 ในวันจันทร์มาที่ 35.69 ในวันพฤหัสบดี

สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย มองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.50-35.80 ในสัปดาห์นี้ เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากการเข้าเก็งกำไรของนักลงทุน เนื่องจาก
นักลงทุนกลับมาคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 กลางเดือน มิ.ย.นี้ หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นในสัปดาห์ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายของชาวอเมริกันที่ขยายตัวได้ดีที่สุดในรอบ 13 เดือนและปริมาณการก่อสร้างบ้านใหม่ที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่องตามภาพอากาศที่เริ่มอบอุ่น ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วจากระดับ 35.43 ในวันจันทร์มาที่ 35.69 ในวันพฤหัสบดี

ส่วนอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินเหรียญสหรัฐกลับมาดีดขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ทั่วโลกคือ บันทึกการประชุมของเฟดจากการประชุมเมื่อเดือน เม.ย. ที่ออกมาตอกย้ำความเป็นไปได้ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.นี้ โดยในบันทึกการประชุมดังกล่าว เฟดบอกว่าพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง สะท้อนจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดือนละ 1 แสนตำแหน่ง ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวในไตรมาสแรกของปีนี้จากการลดลงของราคาน้ำมันและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก แต่เฟดเชื่อว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดีขึ้นในไตรมาส 2 เนื่องจากชาวอเมริกันมักใช้จ่ายครึกครื้นมากขึ้นในช่วงกลางปี บันทึกการประชุมนี้ ทำให้นักลงทุนปรับมุมมองเกี่ยวกับความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.นี้ ขึ้นมาที่ 32% จาก 4% ก่อนการเผยแพร่ ส่วนความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้นมาที่ 47% จาก 10%

ดังนั้น ปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามก่อนที่จะเข้าสู่การประชุมของเฟดในเดือน มิ.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม เรามองว่าในสัปดาห์นี้ เงินบาทจะพักอยู่ในกรอบเนื่องจากไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 35.70 ซึ่งเป็นระดับค่าเฉลี่ย 200 วัน ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่อาจเข้ามากระทบการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ การส่งออกของไทย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของยูโรโซน ตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกและคำสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานของสหรัฐ

ด้านเงินเยนเปิดตลาดที่ 108.55 ก่อนจะอ่อนค่าลงตลอดสัปดาห์ โดยในช่วงต้นสัปดาห์เงินเยนอ่อนค่าลงเนื่องจากผู้ช่วยรัฐมนตรีคลังฯ ของญี่ปุ่น ออกมากล่าวว่า ผู้กำหนดนโยบายของประเทศในกลุ่ม
ยักษ์ใหญ่ จี7 ยอมรับว่าการเข้าแทรกแซงค่าเงินสามารถทำได้หากจำเป็น ซึ่งทำให้นักลงทุนมองว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจเข้ามาแทรกแซงค่าเงินเยนให้อ่อนค่าลง

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการออกหุ้นกู้ค่อนข้างคึกคัก อาทิ หุ้นกู้ของบริษัท โกลว์ พลังงาน ขายให้กับนักลงเฉพาะเจาะจงไม่เกิน 10 ราย อันดับความน่าเชื่อถือ A บวก รุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.81% มูลค่า 3,000 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี  ขายให้กับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ อันดับความน่าเชื่อถือ A ลบ รุ่นอายุ 3 ปี อัตรดอกเบี้ัยคงที่ 2.55% มูลค่า 810 ล้านบาท และอายุ 5  ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.10% มูลค่า 1,455 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีการออกและเสนอขายหุ้นกู้ของ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น  ที่ขายให้กับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ อันดับความน่าเชื่อถือ A ลบ  รุ่นอายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.29% มูลค่า 100 ล้านบาท และอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.35% มูลค่า 2,300 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ที่ขายให้กับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.40% มูลค่า 374 ล้านบาท และรุ่นอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.10% มูลค่า 626 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า